ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2519

ประเด็นกฎหมาย

บุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่าไม่มีสิทธิรับมรดกหากมิได้จดทะเบียนตาม ป.พ.พ.

หลักกฎหมาย

มาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 ป.พ.พ. พ.ศ. 2477 กำหนดว่าสิทธิการรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่ายังคงอยู่ แต่สิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่าไม่มีอยู่ จึงไม่เกิดสิทธิรับมรดกภายใต้ ป.พ.พ.

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทคืนให้จำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่าตั้งแต่ พ.ศ. 2463 แต่ไม่ได้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่กรรมหลังใช้กฎหมายใหม่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2519นายพิชัย แก้วประดิษฐ์โจทก์นางจำปา สิกขาล. กฎหมายลักษณะมรฎก บทที่ 12 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมลักษณะมรดก ร.ศ.121 ป.พ.พ. ม. 1585, ม. 1586, ม. 1627, ม. 1629 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม. 4กฎหมายลักษณะมรดก บทที่ 12 บัญญัติให้บุตรบุญธรรมมีสิทธิได้รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมในภาคญาติ แต่ต่อมามีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะมรดก ร.ศ. 121 บัญญัติให้ญาติของผู้มรณภาพตามที่กำหนดไว้เป็นชั้น ๆ ได้รับมรดกในภาคญาติ แต่สำหรับบุตรบุญธรรมไม่ได้กำหนดไว้ บุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่านับแต่ ร.ศ. 121 เป็นต้นมา จึงไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม ต่อมาเมื่อประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และ 6 แล้ว บุตรบุญธรรมในบทบัญญัติมาตรา 1586 และ 1627 ก็หมายความเฉพาะบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนตามมาตรา 1585 เท่านั้น มิได้รวมถึงบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่าซึ่งใช้อยู่ก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ด้วย เพราะพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2477 มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า "บทบัญญัติแห่งบรรพนี้ไม่กระทบกระเทือนถึง............(2) การรับบุตรบุญธรรมซึ่งมีอยู่ก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายบรรพนี้ หรือสิทธิและหนี้อันเกิดแต่การนั้น ๆ" ซึ่งมีความหมายว่า สิทธิและหน้าที่ของบุตรบุญธรรมมีอยู่ตามกฎหมายเก่าอย่างไร เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ใช้บังคับแล้วก็คงมีอยู่อย่างนั้น ดังนั้น บุตรบุญธรรมของเจ้ามรดกตามกฎหมายเก่าและมิได้จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้ว (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 3/2519)โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุต