ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 906/2519

ประเด็นกฎหมาย

อำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการสั่งให้เจ้าหนี้เอกชนชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการถอนการยึดทรัพย์ในคดีล้มละลาย

หลักกฎหมาย

อำนาจในการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์แล้ว เป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 ไม่มีบุคคลใดมีอำนาจหน้าที่โดยตรง แม้แต่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ก็มีเพียงหน้าที่ช่วยเหลือตามมาตรา 155 เท่านั้น

คำวินิจฉัย

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้ผู้ร้องนำเงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการรวบรวมทรัพย์สินไปชำระต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หากมีสัญญาที่มีผลบังคับได้ เป็นเรื่องที่ต้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการขอให้ศาลบังคับผู้ร้องตามสัญญาก่อน ศาลจะบังคับผู้ร้องไปทันทีในคดีนี้ไม่ได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวและให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดทรัพย์ตามคำขอของผู้ร้อง (ธนาคารกรุงไทย) ซึ่งได้เสนอตัวออกค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียม ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวและให้ถอนการพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงถอนการยึดทรัพย์และคืนทรัพย์สินให้ลูก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 906/2519ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามโลหพันธ์โจทก์บริษัท ป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัดล.ธนาคารกรุงไทย จำกัด โดยนายชัยยะ จูฑะพุทธิ ผู้รับมอบอำนาจผู้ร้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 22, ม. 155, ม. 179 พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2511 ม. 11 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 271, ตาราง ป.พ.พ. ม. 194เดิมศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ (จำเลย) ล้มละลาย ลูกหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ในระหว่างฎีกา ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไว้ชั่วคราวตามคำขอของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ หลังจากนั้นผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันและได้ยื่นคำขอรับประกันหนี้ไว้แล้ว ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอทำการแทนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ขอนำยึดทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งหมดและรับรองจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์ครั้งนี้ ตลอดจนค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ด้วย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงจัดการยึดทรัพย์ตามคำขอของผู้ร้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไว้ชั่วคราวและให้ถอนการพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงจัดการถอนการยึดคืนทรัพย์ให้แก่ลูกหนี้ และแจ้งให้ผู้ร้องนำเงินค่าธรรมเนียมถอนการยึดไปชำระต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ดังนี้ อำนาจในการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามมาตรา 22 ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามธรรมดาผู้หนึ่งไม่มีหน้าที่และความรับผิดใด ๆ เป็นส่วนตัวโดยตรง ตามกฎหมายล้มละลายในเรื่องค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ต้องถือว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ใช้ดุ