การฟ้องขับไล่ฐานละเมิดไม่อยู่ภายใต้ข้อตกลงเขตอำนาจศาลแพ่งในสัญญาเช่า
ข้อตกลงเขตอำนาจศาลในสัญญาผูกพันเฉพาะคดีเกี่ยวกับสัญญา หากฟ้องฐานละเมิดซึ่งไม่ใช่ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญา ศาลที่มีทรัพย์อยู่ในเขตมีอำนาจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4(1)
ศาลจังหวัดสมุทรปราการมีอำนาจพิจารณาคดี คำฟ้องชอบด้วยกฎหมาย ให้คืนค่าธรรมเนียมส่วนที่เกิน
สัญญาเช่ามีข้อตกลงให้ฟ้องศาลแพ่ง แต่โจทก์ฟ้องขับไล่ฐานละเมิดโดยอ้างสัญญาขัดวัตถุประสงค์และกฎหมาย ศาลจังหวัดมีทรัพย์อยู่ในเขต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2519บริษัทสยามไม้อัด (ศรีบุญจิตต์) จำกัด โดยนายจำเริญ ศุขประเสริฐกรรมการผู้จัดการและนายเจริญ วัฒนา กรรมการโจทก์บริษัททุนไชย จำกัดล. ป.พ.พ. ม. 368 ป.วิ.พ. ม. 4 (1), ม. 7 (4), ตาราง 1 ข้อ, ม. 2 ท้าย ป.วบริษัทโจทก์โดยคณะกรรมการขุดเดิมได้นำโรงงานและกิจการผลิตไม้อัดของโจทก์ ไปให้จำเลยเช่าดำเนินกิจการแทนโดยได้ทำสัญญาเช่าและจดทะเบียนกันมีกำหนด 15 ปี สัญญาเช่ามีข้อความข้อหนึ่งว่า "คู่สัญญาตกลงกันว่า หากมีข้อพิพาทใด ๆ เกิดขึ้นเกี่ยวกับข้อสัญญานี้แล้ว ให้คู่กรณีนำคดีฟ้องร้อง ณ ที่ศาลแพ่ง" ต่อมาบริษัทโจทก์จดทะเบียนกรรมการผู้บริหารงานใหม่ กรรมการชุดใหม่เข้าไปดำเนินกิจการไม่ได้ จึงฟ้องขับไล่จำเลยต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการซึ่งโรงงานพิพาทตั้งอยู่ในเขต อ้างว่า จำเลยเข้าไปดำเนินกิจการผลิตไม้อัดในโรงงานพิพาทปราศจากมูลเหตุที่จะอ้างได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สัญญาเช่าที่จำเลยทำกับกรรมการบริษัทโจทก์ชุดเก่าขัดต่อวัตถุประสงค์ของโจทก์ ทั้งเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ ดังนี้ คู่ความมิได้พิพาทกันเกี่ยวด้วยสัญญาเช่าที่ทำกันไว้ เพราะมิได้ฟ้องร้องหาว่าคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งประพฤติผิดเงื่อนไขแห่งสัญญาเช่าหรือไม่ยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งสัญญาเช่า แต่เป็นการฟ้องร้องในมูลละเมิด โจทก์จึงหาตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7(4) ที่จะต้องยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งดังที่ตกลงกันไว้ในหนังสือสัญญาเช่าไม่ คำฟ้องคดีนี้เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ทรัพย์พิพาทตั้งอยู่ในเขตศาล จึงเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(1) แล้ว โจทก์ฎีกาขอให้ย้อนสำนวนไปให้ศา