การขายที่ดินถือเป็นการค้าหรือหากำไร และที่ดินเป็น 'ของที่เกิดจากการผลิต' ที่หักค่าใช้จ่าย 90% ได้หรือไม่
ที่ดินไม่ใช่ 'ของที่เกิดจากการผลิต' ตามความหมายของกฎหมายภาษี จึงไม่สามารถนำมาตรา 8(32) มาหักค่าใช้จ่ายร้อยละ 90 ได้
ฎีกาฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
โจทก์ซื้อที่ดินแปลงแรกปรับปรุงราคา ซื้อแปลงหลังเพื่อทางเข้าออก แล้วขายทั้งสองแปลงภายในไม่ถึง 4 เดือน โดยไม่ได้ตั้งโรงงาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2519นายประจำ ธรรมมงคล โดยนางเครือทิพย์ ธรรมมงคล ผู้รับมอบอำนาจกับพวกกรมสรรถากร โดยนายพิพัฒน์ โปษยานนท์ กับพวกล. ป.รัษฎากร ม. 40 (8), ม. 46, ม. 77, พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม. 15 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 ม. 8 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม. 21พฤติการณ์ที่โจทก์ซื้อที่ดินแปลงแรกแล้วตัดโค่นต้นไม้ ถมที่ และทำเขื่อนเป็นการปรับปรุงให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น แล้วซื้อที่ดินแปลงหลังเพื่อให้มีทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงแรกและขายไปทั้งสองแปลงหลังจากซื้อที่ดินแปลงหลังไม่ถึง 4 เดือน ทั้งข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ซื้อที่ดินมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะตั้งโรงงานดังที่โจทก์อ้าง ดังนี้ แสดงว่าโจทก์ขายที่ดินไปเป็นทางค้าหรือหากำไร "การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่นซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" ในมาตรา 8 (32) แห่งพระราชบัญญัติฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 ซึ่งยอมให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 90 นั้น ย่อมหมายถึงของอันเกิดจากการผลิต เพราะถ้าจะให้หมายถึงของทุกชนิดไม่ว่าจะเกิดจากการผลิตหรือไม่นั้น กฎหมายก็ไม่จำต้องบัญญัติคำว่า "ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" กำกับไว้ และคำว่าผลิตหมายความว่าทำการเกษตรหรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบ แปรรูป แปรสภาพสินค้า หรือทำการอย่างใดให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยประการใด ๆ "ผู้ผลิต" หมายความว่าผู้ประกอบการค้าที่ทำการผลิต (ประมวลรัษฎากรมาตรา 77) ที่ดินจึงไม่ใช่ของที่เกิดขึ้นเนื่องจากการผลิต จะนำมาตรา 8(32) แห่งพระราชบัญ