การบุกรุกและทำร้ายโดยผู้เสียหายด่าทอ ถือเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจนบันดาลโทสะหรือไม่
การด่าทอหรือขับไล่ของผู้เสียหายหลังการบุกรุกโดยไม่มีเหตุอันควร ไม่ถือเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การกระทำจึงไม่เข้าข่ายบันดาลโทสะตาม ม. 80
พิพากษายืน ให้ลงโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยปฏิเสธคำฎีกาของจำเลย
จำเลยปีนเข้าไปในห้องผู้เสียหายในเวลาวิกาลโดยไม่ได้ยินยอม ทั้งที่เคยอยู่กินกันมาก่อนแต่แยกกันแล้ว ผู้เสียหายด่าทอและไล่ให้ไป แต่จำเลยยังแทงผู้เสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1005/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายเซ่งตุ่ย แซ่เฮ้งจำเลย ป.อ. , ม. 80, ม. 288จำเลยเข้าไปในห้องผู้เสียหายในเวลาวิกาลโดยผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม แม้ว่าจำเลยจะเคยอยู่กินกับผู้เสียหายอย่างฉันสามีภริยามาก่อน แต่ก็ได้แยกกันอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุอันควรที่จำเลยจะเข้าไปในลักษณะเช่นนี้ แม้ผู้เสียหายจะพูดขับไล่ให้จำเลยออกไปและด่าจำเลยว่า "เจ๊กแก่ไม่เจียมสังขาร เจ๊กหน้าหนังหี กูไม่ยักกับมึงอีกแล้ว"ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยแทงทำร้ายผู้เสียหายจึงไม่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะเพราะทูก ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๓๖๒, ๓๖๕ (๓) คืนของกลางให้แก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ ประกอบมาตรา ๓๖๕ (๓) ลงโทษจำคุก ๖ เดือน กับผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ประกอบมาตรา ๗๒ ลงโทษจำคุก ๒ ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ เป็นจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน คืนของกลางแก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ว่า ไม่เป็นการพยายามฆ่าโดยบันดาลโทสะ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยบุกรุกเคหสถานของผู้เสียหายในเวลากลางคืนแล้วใช้มีดแทงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า พิพากษาแก้วเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๓), ๒๘๘, ๘๐ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวแต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘, ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ จำคุก ๑๐ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยแต่เพียงว่า จำเลยทำร้ายผู้เสียหายโดยบันดา