การฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ดินโดยอ้างมูลละเมิด โดยไม่ได้บรรยายว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ถือเป็นการไม่มีอำนาจฟ้องหรือไม่
การฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งโดยอ้างมูลละเมิด ต้องบรรยายฟ้องให้ชัดเจนว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรและฝ่าฝืนกฎหมายใด หากไม่บรรยายเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่เป็นการละเมิดและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืนให้ยกฟ้อง
โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมือเปล่า คัดค้านการออกโฉนดทับที่ แต่ศาลยกฟ้องเพราะคำฟ้องไม่ได้บรรยายว่าคำสั่งเจ้าพนักงานที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรหรือฝ่าฝืนกฎหมายใด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2532นายสำรวย พุ่มมณี กับพวกโจทก์นายสุจินต์ ตินทุกะสิริจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 172โจทก์ฟ้องว่า คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เป็นการฟ้องโดยอ้างมูลละเมิดเป็นหลักแห่งข้อหา แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีคำสั่งโดยไม่สุจริต ทั้งตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ก็ไม่ได้ความว่า จำเลยมีคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร คำสั่งของจำเลยฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายใด ถือไม่ได้ว่าคำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยตามคำฟ้องจึงไม่เป็นการละเมิด และโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่า ๑ แปลง ต่อมานายสุรศักดิ์ บุณยะประภัศร นางประดับ คชรัตน์ และนายศิริพันธ์ จาตุรงคกุล ยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดินทับที่ของโจทก์ต่อจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานที่ดิน โจทก์คัดค้าน จำเลยมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่บุคคลดังกล่าว หากโจทก์ไม่พอใจให้ยื่นฟ้องต่อศาลภายใน ๖๐ วัน คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการละเมิดสิทธิโจทก์เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นของโจทก์ ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และห้างมิให้จำเลยออกโฉนดให้แก่บุคคลที่กล่าวในฟ้อง ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้องโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อจำเลยมีคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่สุจริต โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยได้นั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องว่า คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ จึงเป็นการฟ้องโดยอ้างมูลละเมิดเป็นหลักแห่งข้อหา แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีคำสั่งโดยไม่สุจริต ทั้งตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ก็ไม่ได