ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2532

ประเด็นกฎหมาย

คำฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ผิด ม.158(7) ป.วิ.อ. และเมื่อถึงศาลฎีกาจะแก้ไขไม่ได้ ศาลจึงยกฟ้อง

หลักกฎหมาย

คำฟ้องต้องมีลายมือชื่อโจทก์ตาม ม.158(7) ป.วิ.อ. หากไม่มีเป็นฟ้องไม่ถูกต้อง และเมื่อคดีถึงศาลฎีกาจะล่วงเลยเวลาแก้ไข ศาลจึงยกฟ้อง

คำวินิจฉัย

พิพากษายกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

คำฟ้องไม่มีลายมือชื่อโจทก์ มีเพียงลายมือชื่อผู้เรียงและผู้พิมพ์ โจทก์ไม่ลงชื่อ ทำให้ฟ้องไม่ถูกต้องตาม ม.158(7) ป.วิ.อ.

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2532พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลกโจทก์นายสมัย ยิ้มจันทร์จำเลย ป.วิ.อ. ฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (7) เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา ย่อมล่วงเลยเวลาที่จะให้แก้ไขเสียแล้ว ศาลฎีกาจึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๙๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๑๕๗ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๙๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๑๕๗ แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท จึงต้องลงโทษตามบทหนักที่สุดฐานประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุก ๖ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลงกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก ๓ ปี จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะฎีกาข้อ ข. ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยข้อ ข. ว่า โจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อโจทก์ท้ายฟ้อง คำฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๗) พิเคราะห์แล้ว คดีอาญานั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ บัญญัติว่า "ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือและมี ฯลฯ (๗) ลายมือชื่อโจทก์ ผู้เรียง ผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้อง" ปรากฏว่าตามคำฟ้องของโจทก์คงมีแต่ลายมือชื่อผู้เรียงและผู้พิมพ์ฟ้องเท่านั้น โจทก์หาได้ลงลายมือชื่อไว้ในคำฟ้องไม่ เห็นว่า ฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘