ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1359 - 1360/2532

ประเด็นกฎหมาย

การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในคดีแพ่ง ย่อมไม่ทำให้การฟ้องคดีอาญาว่ากล่าวหาว่าฟ้องและเบิกความเท็จโดยอัตโนมัติ

หลักกฎหมาย

ข้อวินิจฉัยของศาลในคดีหนึ่งเป็นเพียงความเห็นในการชี้ขาดคดี ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเด็ดขาดที่ผูกคดีอื่น การจะพิสูจน์ว่าเบิกความเท็จต้องพิสูจน์เนื้อแท้ของความจริงในคดีนั้นโดยตรง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยฟ้องโจทก์ว่าออกเช็คโดยเจตนาไม่ใช้เงินและเบิกความเท็จ โดยอ้างว่าศาลแพ่งยกฟ้องเพราะโจทก์ไม่ได้ลงวันที่ แต่โจทก์โต้แย้งว่าลายมือเป็นของตนและไม่ได้ขายลด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1359 - 1360/2532นายวรสิทธิ์ สุระเลขะทัศน์โจทก์นายกำพล กิตติวัชรนันท์จำเลย ป.อ. , ม. 177, ม. 180, ม. 91จำเลยฟ้องกล่าวหาโจทก์ว่าออกเช็คโดยเจตนามิให้มีการใช้เงินตามเช็ค และเบิกความว่าโจทก์นำเช็คมาขายลดกับจำเลยโดยเป็นผู้ลงวันที่สั่งจ่ายต่อหน้าจำเลย แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้องในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ออกเช็คพิพาทให้จำเลยเพื่อประกันการกู้เงิน และมิได้ลงวันที่สั่งจ่ายก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ เพราะข้อวินิจฉัยของศาลเป็นเพียงการแสดงความเห็นในการชี้ขาดตัดสินคดีอย่างหนึ่งเท่านั้น จะเป็นเท็จหรือไม่เป็นปัญหาที่ต้องมีการวินิจฉัยในเนื้อแท้ของความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ต่อไปโจทก์ฟ้องสองสำนวนซึ่งศาลรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๕, ๑๗๗, ๑๘๐, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องทั้งสองสำนวน จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๕, ๑๗๗, ๙๑ จำคุกกรรมละ ๑ ปี รวมจำคุก ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มูลเหตุที่โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยฟ้องและเบิกความเท็จ ก็เนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ออกเช็คพิพาทให้จำเลยเพื่อประกันการกู้เงิน และโจทก์มิได้ลงวันสั่งจ่ายเช็คพิพาท เห็นว่า ลำพังแต่ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยฟ้องและเบิกความเท็จ เพราะที่ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์มิได้ลงวันสั่งจ่ายเช็คพิพาทนั้น ศาลอาศัยพิจารณาลายมือที่เขียนวันสั่งจ่ายในเช็คพิพาทเปรียบเทียบกับลายมือของโจทก์ที่เข