ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1625/2532

ประเด็นกฎหมาย

การตีความ ม. 29 วรรคสอง ป.วิ.อ. กรณีผู้เสียหายตายก่อนศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดี

หลักกฎหมาย

ม. 29 วรรค2 ป.วิ.อ. หมายถึงกรณีศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีไว้แล้วก่อนผู้เสียหายตาย ไม่รวมถึงกรณีผู้ตายก่อนศาลตั้งผู้แทน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้ยกคำร้องและไม่รับคำฟ้องของโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องแทนมารดาผู้วิกลจริต ยื่นคำร้องขอตั้งเป็นผู้แทนเฉพาะคดี แต่ผู้เสียหายถึงแก่กรรมก่อนวันนัดไต่สวนคำร้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1625/2532นางลำดวน ภักดีโจทก์นายวิทยา กระแสชัย กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. , ม. 29 วรรคสองโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ตั้งโจทก์เป็นผู้แทนเฉพาะคดีของ ต. และมีอำนาจฟ้องคดีแทน ต. เมื่อปรากฏว่า ต. ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นผู้วิกลจริตถึงแก่กรรมไปก่อนวันนัดไต่สวนคำร้องดังกล่าวแล้ว ศาลก็ไม่อาจตั้งโจทก์เป็นผู้แทนเฉพาะคดีของ ต. ได้ เพราะ ต. ไม่ใช่ผู้วิกลจริตดังที่โจทก์กล่าวอ้างต่อไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 29 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า ถ้าผู้เสียหายที่ตายนั้นเป็นผู้วิกลจริตซึ่งผู้แทนเฉพาะคดีได้ยื่นฟ้องแทนไว้แล้ว ผู้ฟ้องแทนนั้นจะว่าคดีต่อไปก็ได้นั้น หมายถึงกรณีที่ศาลได้ตั้งผู้แทนเฉพาะคดีของผู้เสียหายไว้แล้วก่อนที่ผู้เสียหายตาย หาได้หมายความรวมถึงกรณีนี้ซึ่งผู้เสียหายได้ตายไปเสียก่อนที่ศาลจะตั้งผู้แทนเฉพาะคดีด้วยไม่โจทก์ฟ้องลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๓๐ ว่า โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนางตามน ภักดี อายุ ๙๘ ปี ป่วยด้วยโรคชรา และเป็นผู้วิกลจริตมากว่า ๕ ปี ยังไม่มีผู้อนุบาล จำเลยที่ ๒ เป็นน้องสาวร่วมบิดามารดาโจทก์ และเป็นภริยาจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าพนักงานที่ดิน จำเลยทั้งสามโดยเจตนาทุจริตได้ร่วมกันกรอกข้อความโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของมารดาโจทก์เป็นของจำเลยที่ ๒ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากมารดาโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ ๓ อาศัยอำนาจเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รับรองข้อความอันเป็นเท็จ ให้มารดาโจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือทำนิติกรรมดังกล่าว มีจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมเป็นพยานรับรอง และเป็นการร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่มารดาโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๑๖๑, ๑๖๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖, ๒๖๗, ๒