ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676/2532
ประเด็นกฎหมาย
อายุความ 1 ปี ในการเรียกคืนทรัพย์มรดกเริ่มนับเมื่อใด หากโจทก์เป็นทารกและมารดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม
หลักกฎหมาย
อายุความ 1 ปี เริ่มนับเมื่อรู้ความตาย หากโจทก์เป็นบุตรในครรภ์ มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมรู้ความตายนับแต่วันนั้น โจทก์จึงรู้หรือควรรู้ตามมารดา
คำวินิจฉัย
พิพากษายืน ยกฟ้องโจทก์ เนื่องจากคดีขาดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมรู้ความตายของเจ้ามรดก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
โจทก์เป็นบุตรในครรภ์ มารดาทำสัญญาแบ่งมรดกโดยไม่รู้เรื่องตั้งครรภ์ ต่อมาฟ้องเรียกคืนทรัพย์มรดกเกิน 1 ปี นับจากวันเกิด
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676/2532เด็กหญิงอ๋อย เปรมสุริยาโจทก์นายเลอสันต์ เปรมสุริยา กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1754, ม. 1755โจทก์ฟ้องว่า มารดาโจทก์กับ ม. ซึ่ง เป็นมารดาของเจ้ามรดกไม่มีอำนาจทำสัญญาแบ่งมรดก จึงขอเรียกทรัพย์มรดกส่วนที่ ม. รับไปคืนจากจำเลยทั้งสี่ซึ่ง เป็นผู้รับโอนเป็นการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกคืนจากทายาท ต้อง ฟ้องภายในกำหนดอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ในขณะที่ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์เป็นบุตรชอบด้วย กฎหมายของเจ้ามรดกนั้นโจทก์มีมารดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ถือได้ว่าโจทก์โดย มารดารู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตั้งแต่ วันดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 1 ปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ จำเลยทั้งสี่เป็นผู้รับโอนทรัพย์มรดกจาก ม. ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก ย่อมเป็นบุคคลซึ่ง ชอบที่จะใช้ สิทธิของทายาทยกอายุความขึ้นต่อสู้ โจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1755โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเลอศักดิ์ เปรมสุริยา กับนางสุนีย์ เปรมสุริยา ตามคำสั่งศาลจังหวัดนครปฐม นายเลอศักดิ์ถึงแก่กรรมมีทายาทเพียงผู้เดียวคือโจทก์ มีทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน ๓ แปลง ระว่างที่โจทก์ยังไม่คลอดจากครรภ์มารดานั้น นางสุนีย์มารดาโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนางมึ้งมารดาของเจ้ามรดกรายนี้โดยนางสุนีย์ไม่ทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ สัญญาประนีประนอมจึงเป็นโมฆะ ต่อมามารดาโจทก์กับมารดาเจ้ามรดกได้ร่วมกันจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดที่ ๕๐๕๑ เฉพาะส่วนที่เป็นมรดกให้แก่จำเลยที่ ๑ โดยไม่มีการชำระราคาเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาซื้อขายจึงเป็นโมฆะ แล้วจำเลยที่ ๑ ได้ทำการฉ้อฉลโอนที่ดินให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยไม่มีการชำระราคาเช่นกัน จำเลยที่ ๒ โอน