ศาลมีอำนาจริบรถยนต์บรรทุกที่ใช้บรรทุกน้ำหนักเกินฝ่าฝืนกฎหมาย แม้กฎหมายเฉพาะจะมิได้บัญญัติเรื่องการริบไว้
แม้กฎหมายเฉพาะจะมิได้บัญญัติเรื่องการริบไว้ แต่หากมิได้บัญญัติเป็นอย่างอื่น ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดได้
พิพากษายืน ให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
จำเลยขับรถบรรทุกน้ำหนักเกินฝ่าฝืนกฎหมาย โจทก์ขอให้ริบรถ ศาลอุทธรณ์ให้ริบ แต่จำเลยฎีกาว่ากฎหมายเฉพาะมิได้บัญญัติเรื่องการริบ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2532พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโจทก์นายสำรวยเอี่ยมอาจ ป.อ. , ม. 33 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 แม้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 จะมิได้บัญญัติถึงการริบของกลางไว้แต่ก็มิได้บัญญัติถึง เรื่องนี้ไว้เป็นอย่างอื่นดังนั้น เมื่อจำเลยใช้ รถยนต์บรรทุกบรรทุกน้ำหนักเกินอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย รถยนต์บรรทุกจึงเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ ใช้ในการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจริบรถยนต์บรรทุกนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ประกอบด้วย มาตรา 17 การที่ศาลพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางซึ่ง โจทก์ขอให้ริบตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 นั้น ศาลย่อมเห็นแล้วว่ารถยนต์บรรทุกของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ ในการกระทำความผิด แม้จะมิได้ระบุบทกฎหมาย ก็มิใช่กรณีศาลพิพากษาไม่ชอบโจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์บรรทุกดินซึ่งมีน้ำหนักบรรทุกเกินอัตราที่ได้กำหนดแล่นไปตามทางหลวงแผ่นดินอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ข้อ ๕๖, ๘๓ ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน ลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ขอให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ เดือน รถยนต์บรรทุกของกลางเห็นสมควรไม่ริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า เจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายอาญามุ่งจะริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง รถยนต์บรรทุกของกลางมิใช่เป็นทรัพย์อันเป็นอุปกรณ์องค์ประ