ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1707 - 1708/2532

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิซื้อก่อนตามสัญญาเช่าที่ดินเกิดขึ้นเมื่อใด และหนังสือแจ้งขายถือเป็นคำเสนอหรือไม่

หลักกฎหมาย

สัญญาเช่าระบุสิทธิซื้อก่อนชัดเจน เมื่อผู้ให้เช่าแจ้งเจตนาขายให้ผู้เช่าในราคา tertentu และผู้เช่าตอบรับ ย่อมเกิดพันธะต้องขายให้ทันที ไม่ต้องรอการขายให้บุคคลอื่นก่อน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนที่เช่าให้โจทก์ในราคาตามที่เสนอ หากไม่ยินยอมให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สัญญาเช่าข้อ 9 กำหนดสิทธิซื้อก่อน ผู้ให้เช่าแจ้งขายที่ดินในราคา 4.5 ล้านบาท ผู้เช่าตอบรับซื้อ แต่ผู้เช่าอ้างว่าต้องขายให้คนอื่นก่อนสิทธิจึงเกิด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1707 - 1708/2532นายสิทธิชัย ภมรวิสิฐโจทก์นายวุฒิชัย ชัยเกษม กับพวกจำเลยนางสาวอาลัย ทวิสุวรรณ กับพวกโจทก์นายสิทธิชัย ภมรวิสิฐ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 454, ม. 456โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินบางส่วนจากจำเลยโดยหนังสือสัญญาเช่าข้อหนึ่งระบุว่าหากจำเลยต้องการจะขายที่ดินซึ่ง รวมถึง ที่ดินที่โจทก์เช่าอยู่แล้ว จำเลยจะต้องขายที่ดินเฉพาะส่วนที่เช่า ให้โจทก์ในราคาเท่ากับที่เสนอขายให้บุคคลอื่น ต่อมาผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่า จะขายที่ดินของจำเลยให้แก่ผู้มีชื่อ ในราคา 4,500,000 บาท หากโจทก์สนใจขอให้ติดต่อ ด่วนเมื่อโจทก์ได้ แสดงเจตนาตอบรับจะซื้อที่ดินตาม ราคาที่จำเลยเสนอขายตาม ส่วนของที่ดินแล้ว จำเลยก็ต้อง ขายที่ดินให้แก่โจทก์ในราคาดังกล่าว จำเลยจะอ้างว่าข้อความตามสัญญาเช่ายังไม่มีผลใช้ บังคับตราบใด ที่จำเลยยังมิได้ขายที่ดินให้แก่บุคคลอื่นมิได้ เพราะมิฉะนั้นสัญญาเช่าดังกล่าวก็จะไม่มีผลในเมื่อจำเลยขายที่ดินทั้งแปลงให้บุคคลอื่นไปแล้ว จำเลยก็ย่อมไม่มีที่ดินมาขายให้โจทก์ตามสัญญาได้อีกคดีทั้งสองสำนวนศาลมีคำสั่งให้พิจารณาและพิพากษารวมกันโดยโจทก์สำนวนแรกฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันไปทำการจดทะเบียนการซื้อขายและแบ่งแยกที่ดินเนื้อที่ ๑ ไร่ ๔๐ ตารางวา ให้แก่โจทก์ในราคา ๑๖๘,๙๔๖.๙๖ บาท หากจำเลยไม่ยินยอมไปจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยทั้งห้าให้การว่าจำเลยไม่เคยเสนอขายที่ดินให้จำเลย โจทก์จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ขอให้ยกฟ้องสำหรับโจทก์สำนวนที่สองฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่เช่าที่ดินของโจทก์และได้ปักเสาไฟฟ้าและพาดสายไฟฟ้าแรงสูงเข้าไปในที่ดินของโจทก์เป็นการละเมิดและทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่ากับจ