หุ้นส่วนฟ้องหุ้นส่วนอื่นรับผิดส่วนขาดทุนโดยยังไม่เลิกห้างได้หรือไม่
คำขอรับผิดส่วนขาดทุนแสดงเจตนาขอเลิกห้าง หากเหลือวิสัยดำเนินกิจการ ศาลสั่งเลิกได้ และหากชำระบัญชีไร้ประโยชน์ ศาลสั่งรับผิดส่วนขาดทุนได้เลย
พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยชำระเงินส่วนขาดทุนพร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม
หุ้นส่วนฟ้องหุ้นส่วนอื่นให้รับผิดส่วนขาดทุนจากการที่หุ้นส่วนอีกฝ่ายนำทรัพย์สินไปจำนำและหลบหนี โดยยังไม่มีการเลิกหรือชำระบัญชีห้าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711/2532นายธนากร ชินาเพศโจทก์นางปวลี เรืองรจิตร์จำเลย ป.พ.พ. , ม. 1057, ม. 1061, ม. 1063การที่โจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันเป็นจำเลยให้รับผิดในส่วนที่ขาดทุน โดยที่ยังไม่มีการเลิกห้างและชำระบัญชีนั้น แม้ในคำฟ้องของโจทก์จะมิได้มีคำขอให้ศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญ แต่เมื่อตาม คำฟ้องมีคำขอให้บังคับจำเลยรับผิดในส่วนที่ขาดทุนครึ่งหนึ่งพร้อมด้วย ดอกเบี้ยแสดงให้เห็นความประสงค์ของโจทก์ว่าต้องการให้ศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญด้วย ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าไม่มีตัวบุคคลที่จะช่วย ให้การประกอบกิจการของห้างหุ้นส่วนดำเนินต่อไปได้ อีกแล้ว ถือว่ามีเหตุทำให้ห้างหุ้นส่วนเหลือวิสัยที่จะดำรง คงอยู่ต่อไปได้ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1057(3)ศาลย่อมสั่งให้ห้างหุ้นส่วนสามัญนั้นเลิกกันได้ เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญเลิกกันแล้ว จะต้อง มีการชำระบัญชีกันก่อนเพื่อทราบกำไรขาดทุน แต่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนไม่มีเจ้าหนี้ไม่มี คงมีแต่ เพียงลูกหนี้ที่ไม่สามารถติดตาม เรียกร้องให้ชำระหนี้ได้ ส่วนที่ขาดทุนคือเงินทดรองซื้อ สินค้า ดังนั้น การที่จะให้ไปดำเนินการชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนเสียก่อนย่อมไม่เป็นประโยชน์ แม้โจทก์จะขอให้บังคับจำเลยรับผิดในส่วนที่ขาดทุนโดย มิได้ขอให้ชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนเสียก่อน ศาลก็ย่อมพิพากษาบังคับให้จำเลยรับผิดในส่วนที่ขาดทุนได้โดย มิต้องให้มีการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนนั้น.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนกัน การดำเนินกิจการขาดทุน ขอให้จำเลยรับผิดในส่วนที่ขาดทุน ๒๕,๓๓๒.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยตกลงเข้าเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์จำเลยไม่เคยร่วมก