การตีความสัญญาประนีประนอมยอมความกรณีโอนกิจการโรงงานและการประวิงคดี
ศาลมีอำนาจสั่งงดสืบพยานหากจำเลยประวิงคดีโดยไม่มีเหตุอันควร และเมื่อโจทก์ดำเนินการโอนกิจการตามสัญญาแล้วแต่จำเลยไม่ชำระเงิน จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของจำเลย
จำเลยขอเลื่อนสืบพยานหลายครั้งโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ศาลจึงสั่งงดสืบพยาน โจทก์ดำเนินการโอนโรงงานให้แล้วแต่จำเลยไม่ชำระเงิน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1713/2532นายเขียนหรือเขี่ยง ยืนไพโรจน์ หรือแซ่หยินโจทก์นางมะลิ ศรีจิตพิพัฒน์กุลจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 86 ป.พ.พ. นับแต่ศาลนัดไต่สวนคำร้องของจำเลยครั้งแรกเป็นเวลา 6 เดือนเศษ จำเลยนำพยานเข้าสืบได้เพียง 3 ปาก และจำเลยขอเลื่อนไปสืบพยานต่อถึงวันนัดจำเลยแถลงว่านางสาว ด. พยานจำเลยป่วยขอเลื่อน โจทก์คัดค้านว่าจำเลยประวิงคดีศาลอนุญาตให้เลื่อนไปอีกนัดหนึ่ง ถึง วันนัดจำเลยมิได้นำนางสาว ด. ไปศาลเพื่อให้ศาลทำการสืบพยานปากนี้ ทั้งมิได้แถลงเกี่ยวกับพยานที่จะนำเข้าสืบในวันนั้นแต่อย่างใด พฤติการณ์ถือว่าจำเลยประวิงคดี เมื่อศาลพิพากษาตามยอมแล้ว โจทก์ได้ไปยื่นคำร้องขอโอนกิจการโรงงานให้จำเลยตาม สัญญาประนีประนอมยอมความ แต่จำเลยไม่ยอมชำระเงินแก่โจทก์ตามสัญญา จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีได้เดิมโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลชั้นต้นมีความเห็นว่าจำเลยประวิงคดี และมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยไม่ชอบนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องของจำเลยครั้งแรก เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๒๘ จนกระทั่งถึงวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๒๙ จำเลยนำพยานเข้าสืบได้เพียง ๓ ปาก และจำเลยขอเลื่อนไปสืบพยานต่อในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ถึงวันนัดจำเลยแถลงว่านางสาวดารณี วัธนเวคิน พยานจำเลยป่วยขอเลื่อน โจทก์คัดค้านว่าจำเลยประวิงคดี ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม