ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1721/2532

ประเด็นกฎหมาย

การตีความสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดดอกเบี้ย 15% และค่าเสียหายจากการขายทรัพย์สินคืนว่าเข้าข่ายเบี้ยปรับหรือไม่

หลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซื้อที่กำหนดดอกเบี้ยสูงและค่าเสียหายจากการขายทรัพย์สินคืนมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ศาลมีอำนาจลดได้ตาม ม.383 และดอกเบี้ยตามกฎหมายคือ 7.5% ต่อปี

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเพิ่ม 53,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับแต่วันฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเช่าซื้อรถยนต์แล้วผิดนัด โจทก์ขายรถคืนแต่ได้ราคาไม่ครบ โจทก์ฟ้องเรียกดอกเบี้ย 15% และค่าเสียหายส่วนต่างตามสัญญา

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1721/2532บริษัทสยามราษฎร์ลิสซิ่ง จำกัดโจทก์นายสมบูรณ์ ชูเกียรติ ที่ 1 นายสมศักดิ์ ชูเกียรติ ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. , ม. 380, ม. 381, ม. 383, ม. 572ค่าเสียหายที่โจทก์ขายทรัพย์สินที่เช่าซื้อไม่ได้ราคาเท่ากับราคาค่าเช่าซื้อ ไม่ใช่เงินที่ผู้เช่าซื้อค้างชำระตาม ความหมายของ"ค้างเงินใด ๆ แก่เจ้าของ" ตาม สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์จำเลยข้อที่ 9 ที่ว่า "ถ้า ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระหนี้หรือค้างเงินใด ๆแก่เจ้าของ ผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ย สำหรับเงินที่ค้างนับแต่วันผิดนัดในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี..." ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ใช้ ดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีคงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ใช้ ดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 เท่านั้น สัญญาเช่าซื้อข้อ 10 ที่ว่า "...แต่ ถ้า เจ้าของได้ ขายทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ไปแล้ว ยังไม่คุ้ม ราคาค่าเช่าซื้อที่ต้อง ชำระทั้งหมดตาม สัญญานี้กับค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ผู้เช่าซื้อจะชดใช้ให้เจ้าของจนครบ" นั้น เป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่งมีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับ เมื่อโจทก์ขอมาสูงเกินไปศาลก็ชอบที่จะลดเบี้ยปรับลงได้ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน ๗๘,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๕,๕๐๐ บาท