ความแตกต่างระหว่างผู้ลงลายมือชื่อในฟ้องกับข้อเท็จจริงการพิจารณา เป็นสาระสำคัญหรือไม่
ความแตกต่างในรายละเอียดของผู้ทำการแทนนิติบุคคลเป็นเพียงรายละเอียดการบรรยายฟ้อง มิใช่สาระสำคัญที่ทำให้ศาลลงโทษไม่ได้
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 1 มีความผิดและปรับ 50,000 บาท
ฟ้องว่าหุ้นส่วนจำกัดลงชื่อสั่งจ่าย แต่ข้อเท็จจริงคือหุ้นส่วนผู้จัดการลงชื่อ ศาลอุทธรณ์แก้เป็นมีความผิด ศาลฎีกายืน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2532บริษัทเก๊สเต็ตเนอร์ (ประเทศไทย) จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงเงินกับพวก ป.วิ.อ. ม. 192 วรรคสอง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 การที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่ง เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดออกเช็ค โดย มีจำเลยที่ 2 ซึ่ง เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและประทับตราของจำเลยที่ 1แม้ข้อเท็จจริงตาม ทางพิจารณาจะได้ความว่า ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย มิใช่จำเลยที่ 2 ก็เป็นเพียงข้อแตกต่างในรายละเอียดของการบรรยายฟ้องอันเกี่ยวกับตัว ผู้ทำการแทนนิติบุคคลเท่านั้น มิใช่ข้อแตกต่างในข้อสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลลงโทษจำเลยที่ 1 ไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล มี น. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และมีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิด จำเลยที่ ๑ ออกเช็คโดยจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและประทับตราของจำเลยที่ ๑ ให้แก่โจทก์ ต่อมาเช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ (๑) (๒) ให้ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ออกเช็คพิพาทโดยมี น.หุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและประทับตราของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ มิได้ลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่า