การไม่ระบุชื่อพยานในสัญญาค้ำประกันชัดเจน ถือเป็นการละเมิดหรือไม่ เมื่อสามารถฟ้องผู้ค้ำประกันได้โดยอาศัยสัญญานั้น
สัญญาค้ำประกันที่ระบุชื่อและลายมือชื่อผู้ค้ำประกันชัดเจน พร้อมมีพยานลงชื่อ แม้ไม่ระบุชื่อพยานใต้ลายมือชื่อ ก็เป็นหลักฐานฟ้องได้ ตาม ป.พ.พ. 680 วรรคสอง การไม่ระบุชื่อพยานจึงไม่ทำให้ฟ้องผู้ค้ำประกันไม่ได้ จึงไม่เป็นการละเมิด
พิพากษายืน ยกฟ้องโจทก์
จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่จัดทำสัญญาค้ำประกัน แต่ไม่ระบุชื่อพยานใต้ลายมือชื่อพยาน โจทก์อ้างว่าทำให้ฟ้องผู้ค้ำประกันไม่ได้และขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2532สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติโจทก์นายสมบูรณ์ ไชยเมืองกับพวก ป.พ.พ. , ม. 680 วรรคสอง ป.วิ.พ. , ม. 172สัญญาค้ำประกันระบุชื่อ ผู้ค้ำประกันไว้โดย ชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันได้ ลง ลายมือชื่อไว้แล้วในฐานะ ผู้ค้ำประกัน รวมทั้งมีพยานอีก 2 คน ลงชื่อไว้ด้วย เช่นนี้ แม้จะไม่ได้เขียนหรือพิมพ์ชื่อ พยานหรือทำวงเล็บ ไว้ใต้ ลายมือชื่อของพยานให้ชัดเจนว่าเป็นใครก็ตาม ย่อมนำสัญญาค้ำประกันดังกล่าวเป็นหลักฐานฟ้องร้องให้ผู้ค้ำประกันรับผิดได้ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา680 วรรคสอง การที่จำเลยทั้งหกซึ่ง มีหน้าที่จัดทำสัญญาค้ำประกัน มิได้เขียนหรือพิมพ์ชื่อบุคคลที่เป็นพยานในสัญญาให้ชัดเจนไว้ใต้ ลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว หรือมิได้จัดให้มีการทำวงเล็บ ใต้ ลายมือชื่อพยานเช่นว่านั้น ยังถือ ไม่ได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดต่อ โจทก์เพราะโจทก์อาจฟ้องผู้ค้ำประกันให้รับผิด โดย อาศัยสัญญาค้ำประกันดังกล่าวและอ้างจำเลยทั้งหกเป็นพยานได้ อยู่แล้ว เมื่อฟ้องโจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าการกระทำของจำเลยทั้งหกดังกล่าวเป็นการประพฤติฝ่าฝืนต่อ ระเบียบหรือกฏข้อบังคับของโจทก์อย่างไรแล้ว ศาลชอบที่พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ภายหลังที่สั่งรับฟ้องโจทก์แล้วไปเสียทีเดียวได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกเป็นข้าราชการในสังกัดของโจทก์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำ ควบคุม ตรวจสอบสัญญาการลาไปศึกษาวิชาเพิ่มเติมภายในประเทศรวมทั้งมีหน้าที่จัดทำและตรวจสอบหนังสือค้ำประกันเพื่อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติด้วย จำเลยทั้งหกร่วมกันประมาทเลินเล่อมิได้ตรวจสอบให้ดีว่าสัญญาค้ำประกันที่จำเลยจัดทำไม่ได้มีการเขียนหรือพิมพ์หรือทำวงเล็บชื่อบุคคลที่เป็นพยานให้ชัดเจนไว้ใต้ลายมือชื่อของบุคคลผู้เป็นพยา