มาตรา 17 สัตต พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ไม่ใช่การนิรโทษกรรม แต่เป็นการยกเว้นการฟ้องเฉพาะความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกปัญหาความสงบเรียบร้อยวินิจฉัยไ
มาตรา 17 สัตต ไม่ใช่การนิรโทษกรรม แต่เป็นหลักเกณฑ์ยกเว้นการฟ้องสำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์เท่านั้น ความผิดอื่นเช่นฆ่าผู้อื่นไม่อยู่ในเกณฑ์นี้ ศาลมีอำนาจหยิบยกปัญหาความสงบเรียบร้อยวินิจฉัยได้แม้ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัย
พิพากษายืน
จำเลยถูกฟ้องฐานฆ่าผู้อื่น อ้างว่าได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ และขอให้ไม่ให้นับโทษต่อ ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยประเด็นนี้ ศาลฎีกาจึงหยิบยกวินิจฉัยเอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2048/2532พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุงโจทก์นายประจักษ์หรือประจักรหรือฉุ้ย เทพกล่ำจำเลย ป.อ. ม. 22, ม. 91 ป.วิ.พ. ป.วิ.อ. ม. 15 พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.2495 ม. 17 สัตตบทบัญญัติมาตรา 17 สัตตแห่งพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.2495 ไม่ใช่เรื่องนิรโทษรกรรมแต่เป็นหลักเกณฑ์ที่ผู้กระทำความผิดได้รับการยกเว้นไม่ให้ถูกฟ้องสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เท่านั้น จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับยกเว้นมิให้ฟ้อง ปัญหาว่าจำเลยได้รับนิรโทษกรรม และนับโทษต่อไม่ได้นั้นเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยได้ แม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัยได้ การจะนับโทษจำคุกจำเลยต่อจากคดีอื่นหรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาล แม้คดอื่นและคดีนี้ศาลวางโทษจำคุกตลอดชีวิตเช่นเดียวกัน ศาลใช้ดุลพินิจให้นับโทษต่อได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ ริบของกลางและนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๔๔/๒๕๒๙ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๓ จำคุกตลอดชีวิต ของกลางริบ นับโทษจำเลยต่อจากโทษจากจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๓๗/๒๕๓๐ ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยได้รับนิรโทษกรรมและนับโทษต่อไม่ได้นั้น เห็นว่าปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความ