ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2231 - 2234/2532

ประเด็นกฎหมาย

การเปลี่ยนระบบบัญชีระหว่างเกณฑ์สิทธิและเงินสด และการหักรายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

หากใช้ระบบเกณฑ์สิทธิต้องทำบัญชีโดยตลอด การสลับระบบทำให้รายจ่ายมาก รายรับน้อย ถือว่าไม่ถูกต้อง และรายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานไม่สามารถหักได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ใช้ระบบเกณฑ์สิทธิในการซื้อแต่ใช้ระบบเงินสดในการขาย และไม่สามารถแสดงหลักฐานใบเสร็จค่าน้ำมันได้เนื่องจากความบกพร่องของพนักงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2231 - 2234/2532บริษัทสหพนาสิทธิ์ จำกัดโจทก์คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จังหวัดเชียงใหม่ กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 65 ทวิ (6), ม. 65 ตรี (9), , ม. 79 (1) (ข), ม. 79 จัตวาโจทก์ใช้ระบบเกณฑ์สิทธิในการลงบัญชี โจทก์ต้องใช้ระบบดังกล่าวโดยตลอด การที่โจทก์สั่งซื้อสินค้าโจทก์ลงบัญชีโดยใช้ระบบเกณฑ์สิทธแต่ในการขายสินค้าโจทก์ใช้ระบบเงินสด ทำให้โจทก์มีรายจ่ายมากและรายรับน้อย การลงบัญชีย่อมไม่ถูกต้องและจะถือราคาสินค้าเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิไม่ได้ รายจ่ายเกี่ยวกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิง โจทก์มิได้ลงบัญชีรายจ่ายไว้เพราะไม่สามารถหาหลักฐานมาแสดงได้ ปรากฏว่าเหตุที่โจทก์ไม่สามารถหาหลักฐานมาแสดงได้ เพราะใบเสร็จรับเงินค่าน้ำมันนั้นโจทก์ให้ผู้ขายน้ำมันส่งมอบไว้ยังหน่วยงานต่าง ๆ ของโจทก์ และหน่วยงานดังกล่าวมิได้ส่งใบเสร็จรับเงินดังกล่าวมายังโจทก์ ซึ่งเป็นความบกพร่องของพนักงานของโจทก์เอง โจทก์จึงนำรายจ่ายเกี่ยวกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิงมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิไม่ได้ ราคาไม้แปรรูปควรจะต้องสูงกว่าราคาไม้ท่อนเพราะต้องรวมค่าจ้างแปรรูปไม้เข้าไว้ด้วย โจทก์ตีราคาไม้แปรรูปอันเป็นสินค้าคงเหลือเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีเพียงลูกบาศก์เมตรละ 80 บาท และตีราคาไม้ท่อนลูกบาศก์เมตรละ 900 บาท ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานประเมินตีราคาไม้แปรรูปลูกบาศก์เมตรละ 1,300 บาท โดยคิดจากราคาไม้ท่อนรวมกับค่าจ้างเลื่อยลูกบาศก์เมตรละ 400 บาท จึงชอบด้วยเหตุผล โจทก์ประกอบการค้าเลื่อยไม้ขายและโม่หินขายตามสัญญาที่โจทก์ทำกับลูกค้าระบุว่าโจทก์เป็นผู้ขายหรือผู้รับจ้าง และต้องนำสินค้าคือไม้และหินไปส่งมอบแก่ผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้าง ในสัญญาดังกล่าวไม่ได้แยกเรื่องการขนส่งไว้และไม่อาจแยกได้ว่า รา