ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2333/2532

ประเด็นกฎหมาย

การนำดอกเบี้ยเกินอัตรามารวมในเช็คทำให้ดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะ และข้อเท็จจริงที่จำเลยชำระหนี้แทนโจทก์ไม่ถูกนำมาหักกลบลบหนี้เพราะไม่ได้ฟ้องแย้ง

หลักกฎหมาย

การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3 เป็นโมฆะ โจทก์เรียกร้องได้เฉพาะต้นเงิน ส่วนข้อเท็จจริงที่จำเลยชำระหนี้แทนโจทก์จะไม่ถูกนำมาหักกลบลบหนี้หากจำเลยไม่ได้ขอให้ศาลหักกลบลบหนี้หรือฟ้องแย้ง

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 117,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้กู้ยืมที่มีดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือนรวมอยู่ด้วย ศาลวินิจฉัยว่าดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะ และจำเลยนำเงิน 110,000 บาทชำระหนี้จำนองแทนโจทก์แต่ไม่ได้ฟ้องแย้งจึงไม่ถูกหักกลบลบหนี้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2333/2532นายสง่า วัชราภรณ์โจทก์นายแก้ว สีหบัณฑ์จำเลย ป.วิ.พ. , ม. 177 ป.พ.พ. พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ม. 3เช็คพิพาทที่สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้เดิมซึ่งจำเลยกู้เงินโจทก์โดยมีดอกเบี้ย ร้อยละ 3 ต่อเดือน รวมอยู่ในจำนวนเงินที่ลงไว้ในเช็ค ด้วย นั้น ดอกเบี้ย ทั้งหมดย่อมตก เป็นโมฆะเพราะวัตถุประสงค์ในการเรียกดอกเบี้ย เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งตาม พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3 โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเฉพาะ ต้นเงินเท่านั้น แม้จำเลยจะให้การและนำสืบว่าได้ นำเงิน 110,000 บาท ไปเข้าบัญชีโจทก์เพื่อชำระหนี้จำนองแทนโจทก์ ก็จะถือว่าจำเลยชำระเงินกู้ยืมต่อ โจทก์เป็นเงิน 110,000 บาท แล้วจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์อีกหาได้ไม่ เพราะจำเลยมิได้กล่าวในคำให้การขอให้ศาลหักกลบลบหนี้ให้จำเลยหรือโดยการฟ้องแย้ง จึงไม่เป็นประเด็นแห่งคดีที่ศาลจะบังคับให้เป็นไปตาม ที่จำเลยให้การเช่นนั้นได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาศรีสะเกษ ลงวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๖ จำนวนเงิน ๒๒๑,๐๐๐ บาท เพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเช็คเข้าบัญชี ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๒๓๔,๘๑๒ บาทกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๒๒๑,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ ๑๑๗,๐๐๐ บาท โจทก์ให้จำเลยสั่งจ่ายเช็คจำนวน ๑๑๗,๐๐๐ บาท มอบให้โจทก์ไว้แทนสัญญากู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ต่อเดือน การชำระดอกเบี้ยให้ชำระเป็นรายเดือน ถ้าครบกำหนดแล้วไม่ชำระโจทก์จะเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้ากับต้นเงินเดิมเป็นต้นเงินใหม่แล้วให้จำเลยสั่งจ่ายเช็คฉบับใหม