จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว จะฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงว่าไม่มีเจตนากระทำความผิดได้หรือไม่ และการลงโทษปรับตาม พ.ร.บ.ศุลกากรมีดุลพินิจให้ลดโทษได้หรือไม่
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ คดีต้องฟังตามคำรับสารภาพว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิด การฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะไม่ใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่าง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. 249 ประกอบ ป.วิ.อ. 15 และศาลฎีกาไม่อาจลดโทษปรับที่กฎหมายกำหนดไว้ตายตัวได้
พิพากษายืน
จำเลยให้การรับสารภาพฐานนำเงินตราไทยออกนอกราชอาณาจักรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ซึ่งกำหนดโทษปรับเป็น 4 เท่าของเงินที่นำออก โดยไม่เปิดให้ศาลมีดุลพินิจลดโทษได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2342/2532พนักงานอัยการจังหวัดนครพนมโจทก์นายเลื่อน วงศ์หนายโกฎจำเลย ป.วิ.พ. ป.วิ.อ. , ม. 176, ม. 185, ม. 227 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง คดีต้อง ฟังตามคำรับสารภาพของจำเลยว่า จำเลยมีเจตนากระทำผิดดัง โจทก์ฟ้อง จำเลยจะฎีกาโต้เถียง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะไม่ใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่าง ต้องห้าม ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำเลยฐาน นำเงินตราไทยออกไปนอกราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัตศุลกากร พ.ศ. 2469 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษหนักกว่าพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ซึ่งตามฟ้องของโจทก์ต้องด้วย พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469มาตรา 27 โดย กฎหมายมาตรานี้บัญญัติเกี่ยวกับโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำผิดว่า...สำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ให้ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่ง ได้ รวมค่าอากรด้วย แล้ว หรือจำคุกไม่เกินสิบปีหรือทั้งปรับทั้งจำ คดีนี้ศาลชั้นต้นปรับจำเลยเป็นเงินสี่เท่าของจำนวน เงินตรา ที่นำออกไปนอกราชอาณาจักรตาม กฎหมายแล้ว ซึ่ง บทกฎหมายดังกล่าวมิได้ให้ดุลพินิจ ศาลที่จะใช้ อำนาจปรับให้น้อยกว่านั้นหรือเป็นอย่างอื่นได้ ศาลฎีกาไม่อาจปรับให้น้อยลง หรือลงโทษสถานเบากว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๑, ๖๒ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗,๓๒ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่๙) พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๖, ๑๗ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. ๒๔๘๕ มาตรา ๘ ทวิ พระราช