การชำระหนี้ให้ภริยาที่แยกกันอยู่โดยเจ้าหนี้ไม่ทราบ ไม่ถือเป็นการชำระหนี้ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 315
การชำระหนี้ต้องทำต่อตัวเจ้าหนี้หรือผู้มีอำนาจรับชำระหนี้ หากชำระให้บุคคลอื่นโดยเจ้าหนี้ไม่ทราบ ไม่ให้สัตยาบัน หรือไม่ได้มอบอำนาจ การชำระนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 315
ฎีกาฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนคำสั่งศาลล่าง ยกคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์และคำแถลงขอรักษารถไถนา ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ 500 บาท
จำเลยชำระหนี้ให้ภริยาโจทก์ซึ่งแยกกันอยู่ โดยโจทก์ไม่ทราบและไม่ให้สัตยาบัน เจ้าพนักงานบังคับคดีมอบรถไถนาให้ภริยาโจทก์รักษา ซึ่งชอบด้วยดุลพินิจ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2413/2532นาย สง่า รัตนะสอาดโจทก์นาย สุพจน์ บางประสิทธิ์จำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. จำเลยชำระหนี้ตาม คำพิพากษาให้กับ ส. ภริยาโดยชอบด้วย กฎหมายของโจทก์ แต่ ส. ไม่ได้เป็นตัว เจ้าหนี้และไม่เป็นผู้มีอำนาจรับชำระหนี้แทนโจทก์ นอกจากนี้ ส. ไม่ได้อยู่ร่วมกับโจทก์และในวันที่ ส. รับชำระหนี้โจทก์ก็ไม่ได้อยู่รู้เห็นด้วย จึงหาเป็นการแสดงว่าโจทก์ให้ ส. รับชำระหนี้แทนและเป็นการให้สัตยาบันในการชำระหนี้ไม่ การชำระหนี้ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 315 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมอบทรัพย์สินที่ยึดมาจากลูกหนี้ให้ผู้ใดรักษาเป็นดุลพินิจ ของเจ้าพนักงานบังคับคดี.กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดห้องแถวเลขที่ ๓๓ ข. ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดปราจีนบุรีพร้อมที่ดินที่ห้องแถวดังกล่าวปลูกอยู่ และรถไถนาพร้อมอุปกรณ์จำนวน ๑ คัน จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา+ รัตนะสอาด ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ตามสำเนาหลักฐานการชำระเงินท้ายคำร้องจำเลยจึงไม่มีหนี้สินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด และยื่นคำแถลงขอเป็นผู้รักษารถไถนา โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่า จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่ นางสุชิน รัตนะสอาด ภริยาโจทก์ โดยโจทก์ไม่ได้ยินยอมและรับรู้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากให้จำเลยรักษารถไถนา จำเลยก็จะนำเอารถไปใช้งานเป็นเหตุให้รถเสื่อมค่าเสื่อมสภาพจึงไม่ควรให้จำเลยรักษารถ ขอให้ยกคำร้องและคำแถลง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและคำแถลงของจำเลย ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๕๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยฏีกา ศาลฏีกาวิ