ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2414/2532

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเพิกถอนคำพิพากษาตามยอมและเรียกเงินคืน โดยอ้างว่าทำสัญญาภายใต้การข่มขู่ แต่คดีถึงที่สุดแล้ว

หลักกฎหมาย

คำพิพากษาตามยอมมีผลผูกพันคู่ความนับแต่วันอ่าน หากโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้อง ต้องอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้น ไม่สามารถฟ้องให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำพิพากษาเองได้

คำวินิจฉัย

ยกฟ้องโจทก์ ยืนตามศาลล่าง ฏีกาฟังไม่ขึ้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลพิพากษาตามยอม โจทก์ชำระหนี้บางส่วนแล้ว แต่ต่อมาฟ้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษาและเรียกเงินคืนโดยอ้างว่าทำสัญญาภายใต้การข่มขู่

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2414/2532นาย สันติพงษ์ นิมิตรดีโจทก์กรมที่ดิน กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 145โจทก์จำเลยตกลง ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ถ้า โจทก์เห็นว่าคำพิพากษาดังกล่าวไม่ถูกต้องอย่างไรก็ชอบที่จะอุทธรณ์ฎีกาให้ศาลสูงแก้ไขได้ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 โจทก์จะมายื่นฟ้องให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาเพิกถอนคำพิพากษาของศาลนั้นเองไม่ได้ เพราะคำพิพากษามีผลผูกพันคู่ความนับตั้งแต่วันที่ได้อ่านแล้ว.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๔๓๘๒/๒๕๒๐ หมายเลขแดงที่ ๒๖๒๓/๒๕๒๒ ให้ชำระเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ ต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอม โจทก์ชำระหนี้ไปบางส่วนแล้ว หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำเงินที่เหลือไปชำระ โจทก์เห็นว่าโจทก์ทำหนังสือรับสภาพหนี้เพราะถูกข่มขู่ และแสดงเจตนาลวง กับด้วยความสำคัญผิดอันเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามยอม และให้จำเลยทั้งสองคืนเงินที่รับชำระไปแล้วพร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า โจทก์เคยถูกจำเลยทั้งสองฟ้องเป็นคดีที่ศาลชั้นต้น และศาลพิพากษาตามยอมให้โจทก์ชำระหนี้ให้จำเลยทั้งสองตามหนังหสือรับสภาพหนี้ คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงหามีสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามยอม และเรียกร้องเงินที่ได้ชำระหนี้ให้จำเลยบางส่วนไปแล้วคืนในฐานะลาภมิควรได้ได้ไม่ พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าทรายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฏีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องมีสาระสำคัญว่าโจทก์ถูกข่มขู่และแส