ศาลมีอำนาจสั่งให้ออกจากที่ดินได้เมื่อพิพากษาว่ามีความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ และเมื่อไม่มีความผิดฐานบุกรุก การไม่ออกจากที่ดินตามคำสั่งเจ้าพนักงานจะเป็นควา
ศาลมีอำนาจสั่งให้ออกจากที่ดินตาม ป.ที่ดิน ม.108 วรรคสี่ ก็ต่อเมื่อพิพากษาว่ามีความผิดฐานบุกรุก หากไม่มีความผิดฐานบุกรุกเพราะเชื่อว่ามีสิทธิครอบครอง การไม่ออกจากที่ดินตามคำสั่งเจ้าพนักงานจึงไม่เป็นความผิดฐานขัดคำสั่ง ม.368
ให้ยกฟ้องความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 คงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนอื่น
จำเลยครอบครองที่ดินโดยเชื่อว่าสืบทอดสิทธิจากบิดา และยังไม่ชัดเจนว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ ศาลอุทธรณ์ยกข้อหาบุกรุก แต่พิพากษาว่ามีความผิดฐานขัดคำสั่งนายอำเภอที่ให้ไปจากที่ดิน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2431/2532พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นโจทก์นางสาวศิริรัตน์ กนกคุณจำเลย ป.อ. , ม. 363, ม. 365, ม. 368 ป.ที่ดิน , ม. 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ป.วิ.อ. , ม. 215, ม. 225การที่ศาลจะมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดออกไปจากที่ดินของรัฐนั้นต้องเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาว่า บุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ แล้ว เมื่อที่พิพาทยังไม่อาจฟังได้แน่ชัดว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์และจำเลยยึดถือครอบครองอยู่โดยเชื่อว่าตนมีสิทธิครอบครองต่อจากบิดา จึงไม่เป็นความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลไม่อาจสั่งให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทได้ การที่จำเลยไม่ยอมออกจากที่พิพาทตามคำสั่งของนายอำเภอเพราะเชื่อว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกันกับที่วินิจฉัยมาแล้วว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 แม้ปัญหานี้ยุติแล้วในศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบมาตรา215 และ 225.โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๖ ต่อเนื่องมาจนถึงวันฟ้อง จำเลยกับพวกบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองและปลูกสร้างบ้านในที่ดินสาธารณประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตและขัดคำสั่งของนายอำเภอที่ให้จำเลยกับพวกออกไปจากที่ดินดังกล่าวขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญมาตรา ๓๖๒, ๓๖๓, ๓๖๕, ๓๖๘ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ ข้อ ๑๑ ให้จำเลยกับบริวารออกจากที่ดินสาธารณประโยชน์ดังกล่าวด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา