การนับโทษต่อเมื่อคดีแยกฟ้องแต่ศาลมิได้สั่งรวมพิจารณา และคดีก่อนถึงที่สุดโดยลงโทษสูงสุด 20 ปีแล้ว
หากโจทก์แยกฟ้องคดีต่างสำนวนและศาลมิได้สั่งรวมพิจารณา ศาลลงโทษทุกกรรมเต็มตาม ม.91 ทั้งสองสำนวนแล้ว นับโทษต่อไม่ได้เพราะจะทำให้โทษเกิน 20 ปี ขัด ม.91
ไม่ให้นับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากคดีที่ขอให้นับโทษต่อ และโทษจำคุกทั้งสองคดีรวมกัน不得超过 20 ปี
โจทก์แยกฟ้องคดีปัจจุบันและคดีก่อนเป็นสำนวนต่างหาก ศาลทั้งสองสำนวนมิได้สั่งรวมพิจารณา และต่างลงโทษจำคุก 20 ปี ตาม ม.91
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2505/2532พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีโจทก์จ่าสิบเอกเจริญชัย พราหมณ์น้อยจำเลย ป.อ. , ม. 91คดีนี้กับคดีที่ขอให้นับโทษต่อโจทก์อาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้ ถ้าโจทก์ยกฟ้องและศาลสั่งให้พิจารณารวมกันศาลลงโษได้ไม่เกินกำหนดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 หากศาลมิได้สั่งให้พิจารณารวมกันและลงโทษทุกกรรมเต็มตามกำหนดในมาตราดังกล่าวทั้งสองสำนวน ศาลก็จะนับโทษต่อไม่ได้ เมื่อคดีที่ขอให้นับโทษต่อศาลจำคุก 20 ปีเต็มตามกำหนดในมาตรา91 คดีถึงที่สุดแล้ว และคดีนี้ศาลก็จำคุก 20 ปี ดังนี้ นับโทษต่อไม่ได้.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๙๑, ๑๕๗, ๑๖๑, ๑๖๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖, ๒๖๘, ๓๔๑ ให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๔๖๕/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้น และให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๔๑,๔๙๗.๑๒ บาท แก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๙๑, ๑๕๗, ๑๖๑, ๑๖๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖, ๒๖๘, ๓๔๑ เรียงกระทงลงโทษความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบปลอมและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม ฉ้อโกง ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา ๒๖๖ ให้จำคุกกระทงละ ๓ ปี รวม ๑๗๐ กระทงเป็นจำคุก ๕๑๐ ปี ฐานฉ้อโกงอีก ๑ กระทง ให้จำคุก ๑ ปีคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงจำคุกจำเลย ๓๔๐ ปี ๘ เดือนแต่เนื่องจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ (๒) บัญญัติว่า เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกำหนด ๒๐ ปี จึงให้จำคุกจำเลยมีกำหนด๒๐ ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๔๐,๔๙๗ บาท ๑๒ สตาง