ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2516/2532

ประเด็นกฎหมาย

ผลของการชำระหนี้บางส่วนต่อความรับผิดของผู้สลักหลังเช็ค และสถานะของเช็คที่ออกเพื่อประกันการติดตามทวงหนี้

หลักกฎหมาย

ผู้สลักหลังเช็คต้องรับผิดร่วมกับผู้สั่งจ่ายตามเนื้อความในเช็ค แต่หากมีการชำระหนี้บางส่วน ความรับผิดจะลดลงตามจำนวนที่ยังค้างชำระ ส่วนเช็คที่ออกเพื่อเป็นประกันการติดตามทวงหนี้โดยไม่มีมูลหนี้ตามสัญญากู้ยืมจริง ศาลไม่พิพากษาให้ชำระ

คำวินิจฉัย

ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 3,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็ค 2 ฉบับ ให้จำเลยอื่นสลักหลัง โจทก์ฟ้องเรียกเงินเต็มจำนวน แต่ต่อมาโจทก์รับว่ามีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว จึงเหลือเงินค้างชำระ 3,500 บาท และเช็คอีกฉบับเป็นเพียงประกันการติดตามทวงหนี้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2516/2532นายสุรินทร์ แสงขำโจทก์นายกำพล โพธิสิทธิ์กับพวก ป.วิ.พ. , ม. 247 ป.พ.พ. , ม. 914, ม. 921, ม. 940เช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเพื่อชำระต้นเงิน30,000 บาทแก่โจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้สลักหลังซึ่งเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ตามเนื้อความในเช็คนั้น แต่เมื่อโจทก์แถลงรับในคำแก้ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 และทนายจำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินให้โจทก์บ้างแล้ว จำเลยที่ 1 ยังค้างชำระหนี้ตามเช็คพิพาทเป็นเงิน3,500 บาท จำเลยทั้งสี่จึงต้องร่วมกันรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทต่อโจทก์เป็นเงินเพียง 3,500 บาทโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้สั่งจ่าย และจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ในฐานะผู้สลักหลัง ชำระเงินตามเช็ค ๒ ฉบับ ฉบับแรกจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท ฉบับที่ ๒ จำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ส่วนจำเลยที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ให้การว่า โจทก์ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ สลักหลังเช็คทั้งสองฉบับโดยขู่ว่าหากไม่ยอมลงชื่อจะนำเช็คฉบับก่อน ๆ ไปฟ้องทางอาญาและแพ่ง และขอร้องให้จำเลยที่ ๓ ลงลายมือชื่ออ้างว่าเพื่อเป็นพยาน เช็คทั้งสองฉบับไม่มีมูลหนี้ที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ต้องร่วมรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงิน๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน๓๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๖