การฟ้องคดีใหม่โดยมิได้ฟ้องแย้งในคดีก่อน ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่
ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม ให้จำเลยเลือกฟ้องแย้งในคำให้การหรือฟ้องคดีใหม่ได้ การไม่ฟ้องแย้งในคดีเดิมแล้วมาฟ้องคดีใหม่จึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหากประเด็นต่างกัน
พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระค่าภาษีอากรที่ยังขาดตามที่โจทก์ฟ้อง
จำเลยฟ้องคดีก่อนขอให้เพิกถอนการประเมินภาษี ส่วนโจทก์มาฟ้องคดีนี้เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม โดยประเด็นข้อพิพาทในทั้งสองคดีแตกต่างกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2548/2532กรมศุลกากร กับพวกโจทก์บริษัทมีนำโฮเต็ล จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 177 วรรคสามคดีเดิมซึ่งจำเลยฟ้องโจทก์มีประเด็นข้อพิพาทว่า การประเมินภาษีอากรของโจทก์ที่ 1 ชอบหรือไม่ และโจทก์ที่ 1 มีหน้าที่ต้องคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารและชดใช้ค่าเสียหายให้จำเลยหรือไม่ ส่วนคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยนี้มีประเด็นว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าภาษีอากรเพิ่มเติมจากที่โจทก์ได้รับชำระจากจำเลยและจากธนาคารผู้ค้ำประกันเพียงใดหรือไม่ประเด็นในคดีทั้งสองแตกต่างกัน การที่โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้จึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสามที่บัญญัติให้จำเลยฟ้องแย้งมาในคำให้การก็ได้นั้น มิได้บังคับให้จำเลยต้องฟ้องแย้งมาในคำให้การเสมอไป แต่เป็นบทบัญญัติที่ให้จำเลยเลือกฟ้องแย้งมาในคำให้การก็ได้ หรือจะฟ้องเป็นคดีใหม่ก็ได้ตามแต่จำเลยจะพิจารณาเห็นสมควร ดังนั้นการที่โจทก์มิได้ฟ้องแย้งมาในคำให้การคดีก่อน หากแต่ได้ฟ้องเป็นคดีใหม่ จึงมิใช่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ มีอำนาจหน้าที่จัดเก็บภาษีอากรตามกฎหมายศุลกากรและจัดเก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแทนโจทก์ที่ ๒ จำเลยนำหินอ่อนที่ตกแต่งแล้วเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าต่อโจทก์ที่ ๑ ว่าเป็นหินอ่อนที่ยังมิได้ตกแต่ง ซึ่งเสียภาษีอากรน้อยกว่า โจทก์ที่ ๑ ได้ให้จำเลยวางประกันและรับสินค้าไปได้ ต่อมาโจทก์ที่ ๑ ได้ตรวจวิเคราะห์แล้วปรากฏว่าเป็นหินอ่อนที่ตกแต่งแล้ว ได้ให้ธนาคารผู้ค้ำประกันชำระภาษีอากรที่ยังขาด แต่ยังไม่ครบ ขอให้จำเลยชำระค่าภาษีอากรจำนวน ๑,๑๘๗,๕๒๐.๘๗ บาท และเงินเพิ่ม จำเลยให้การว่า จำเลยเคยฟ้องโจทก์ขอให้เ