ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2552/2532

ประเด็นกฎหมาย

การแต่งกายเป็นเจ้าพนักงานและมีอาวุธปืนโดยไม่มีกำลังประทุษร้าย ถือเป็นการข่มขืนใจตาม ม.309 วรรคสอง หรือไม่

หลักกฎหมาย

การข่มขืนใจไม่จำเป็นต้องใช้กำลังประทุษร้าย หากอาศัยสถานะเจ้าพนักงานและอาวุธปืนทำให้เหยื่อกลัวอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกาย ย่อมเข้าข่ายความผิดฐานข่มขืนใจตาม ม.309 วรรคสอง

คำวินิจฉัย

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานข่มขืนใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 3 แต่งกายเป็นตำรวจ มีอาวุธปืนติดตัวขึ้นบนแพดูดแร่ในทะเล บอกให้ตักแร่ให้ โดยไม่ได้ใช้กำลังประทุษร้าย แต่เหยื่อกลัวจึงยอมให้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา ๔พระราชบัญญัติอาวุธปืน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2552/2532พนักงานอัยการจังหวัดพังงาโจทก์นายสมพร บุญเพชร กับพวกจำเลย ป.อ. , ม. 83, ม. 86, ม. 309, ม. 340จำเลยทั้งสามนั่งเรือไปที่แพดูดดำแร่ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 1 กิโลเมตร จำเลยที่ 1 ที่ 3 ขึ้นไปบนแพดูดดำแร่ จำเลยที่ 3 ซึ่งแต่งกายและแสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีอาวุธปืนติดตัวมองเห็นได้บอก ว. ให้ตักแร่ให้ ว. กับพวกกลัว ตักแร่ให้ 1 ถุง น้ำหนัก 20 กิโลกรัมราคาประมาณ 1,200 บาท โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ได้ใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายอย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์แต่ตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าจำเลยได้อาศัยการที่จำเลยที่ 3เป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีอาวุธปืนติดตัว ประกอบกับที่เกิดเหตุอยู่ในท้องทะเล ไม่มีผู้ใดจะรู้เห็นหรือช่วยเหลือได้ทันถ้าขัดขืนเป็นการบังคับ ว. กับพวกอยู่ในทีแล้ว ถือได้ว่าเป็นการร่วมกันข่มขืนใจให้ ว. ต้องตักแร่ให้ โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพของ ว. กับพวก เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง ส่วนจำเลยที่ 2 มาด้วยกับจำเลยที่ 1, ที่ 3 แม้ขณะเกิดเหตุจะนั่งอยู่ในเรือแต่ก็อยู่ติดกับแพดูดดำแร่เห็นกันชัดเจน แสดงว่าแบ่งหน้าที่กันทำ เมื่อได้แร่แล้วก็กลับไปพร้อมกัน ถือว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ด้วย เรือพร้อมเครื่องยนต์ของกลางจำเลยทั้งสามใช้เป็นยานพาหนะไปมาเท่านั้น การกระทำผิดเกิดขึ้นที่บนแพ ไม่เกี่ยวกับเรือและเครื่องยนต์ การที่จำเลยได้แร่มาแล้วบรรทุกเรือไปเป็นเรื่องใช้ยานพาหนะตามปกติ ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดอันจะพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1).โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๓ มีอาวุธปืนลูกซ