ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2557/2532

ประเด็นกฎหมาย

การวินิจฉัยว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8(5) และการสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยเป็นหนี้จำนวนมากและพยานได้ติดตามตรวจสอบทรัพย์สินตามหมายบังคับคดีแล้วพบว่าเงินในบัญชีมีจำนวนน้อยและไม่มีทรัพย์สินอื่น จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8(5) ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นหนี้ตามคำพิพากษาแต่ไม่ชำระหนี้ ศาลออกหมายบังคับคดี พยานตรวจสอบพบว่าเงินฝากในบัญชีมีจำนวนน้อยและไม่มีทรัพย์สินอื่น ส่วนทรัพย์สินที่จำเลยอ้างเป็นสินส่วนตัวของสามีหรือเป็นข้ออ้างลอย ๆ ไม่มีพยานหลักฐาน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2557/2532ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์นายสงวนวงศ์ ปุกหุตจำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาคดีแพ่ง จำนวน 200,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย เมื่อครบกำหนดตามคำบังคับแล้ว จำเลยไม่ได้ชำระหนี้ศาลออกหมายบังคับคดี ปรากฏว่า จำเลยมีเงินฝากในบัญชีกระแสรายวันและบัญชีออมทรัพย์เหลือประมาณ 400 บาท และ 200 บาทตามลำดับ และไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 8(5) ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยนำตั๋วสัญญาใช้เงินมาขายลดแก่โจทก์ เมื่อถึงกำหนดชำระเงิน จำเลยไม่นำเงินมาชำระ โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีแล้ว จำเลยไม่มีทรัพย์สิที่จะพึงยึดมาชำระหนี้จำนวน ๓๙๑,๒๑๓.๒๑ บาท ได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและมีคำพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๑๘/๒๕๒๙ ของศาลชั้นต้นโดยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๘ ต่อปี นับจากวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๒๔จนกว่าชำระเสร็จ โดยดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกิน ๑๔๒,๒๒๔.๖๕ บาทกับให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ๓,๐๐๐ บาท เมื่อครบกำหนดตามคำบังคับแล้ว