สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายละเมิดของคู่สมรสและบุตร เมื่อได้รับค่าทดแทนตามกฎหมายแรงงานแล้ว
ค่าทดแทนตามกฎหมายแรงงานเป็นการคุ้มครองแรงงาน ไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนละเมิด คู่สมรสจึงยังสิทธิเรียกร้องค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะได้
พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
ลูกจ้างเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการทำงาน ได้รับค่าทดแทนตามกฎหมายแรงงาน แต่คู่สมรสฟ้องเรียกค่าเสียหายละเมิดเพิ่มเติม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2532สิบตำรวจเอกธีรศักดิ์ กาญจนพบูโจทก์บริษัทอุดมรัตน์ทัวร์ จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1566, ม. 1649โจทก์เป็นสามีของผู้ตาย ไม่ปรากฏว่ามีพินัยกรรมเป็นอย่างอื่นโจทก์จึงเป็นผู้ได้รับทรัพย์มรดกโดยสิทธิทายาทโดยธรรมของผู้ตายเป็นจำนวนมากที่สุด เป็นผู้มีอำนาจและมีหน้าที่ต้องจัดการทำศพผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1649 โจทก์จึงมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยใช้ค่าปลงศพภริยาโจทก์ได้ แม้บิดาโจทก์จะได้ออกเงินให้โจทก์ใช้จ่ายในการทำศพ จำเลยก็จะมายกเป็นข้อปัดป้องความรับผิดของจำเลยหาไม่ได้ ลูกจ้างประสบอันตรายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานและอธิบดีกรมแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนให้แก่มารดาสามี และบุตร เป็นการจ่ายเงินเพื่อการคุ้มครองแรงงาน ไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิด โจทก์ซึ่งเป็นสามีของลูกจ้างผู้ตาย ยังคงมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเรื่องละเมิดได้ ในตอนต้นของคำฟ้องโจทก์มีชื่อโจทก์เพียงผู้เดียว แต่โจทก์เป็นบิดาผู้ใช้อำนาจปกครองและเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิง จ. และปรากฏในคำฟ้องว่าโจทก์กับนาง ส. ผู้ตายมีบุตรด้วยกันคือ เด็กหญิง จ. ทั้งโจทก์เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูไว้เป็นจำนวนเงินชัดเจน ถือได้ว่าโจทก์ได้ฟ้องคดีในฐานะบิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ด้วยแล้วโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นสามีนางสุนีย์ กาญจนพบู มีบุตรด้วยกัน๑ คน คือ เด็กหญิงจุไรรัตน์ จำเลยที่ ๑ มีวัตถุประสงค์รับส่งคนโดยสารประเภทรถทัวร์ จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถยนต์และนำมาร่วมวิ่งในเส้นทางของจำเลยที่ ๑ ในนามของจำเลยที่ ๑ โดยมีผลประโยชน์ร่วมกัน จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกสิบล้อ จำเลยที่ ๔ เป็นลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๓ นางสุนีย์ กาญจนพบู เป็