การโต้แย้งสิทธิครอบครองที่ดินภายใน 1 ปีหลังการยอมรับสิทธิ
เมื่อผู้โต้แย้งสิทธิเข้าครอบครองทำกินในที่ดินพิพาท โจทก์ต้องฟ้องเรียกคืนภายใน 1 ปี นับแต่รู้เหตุโต้แย้ง มิฉะนั้นหมดสิทธิฟ้อง
พิพากษายืนอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ ให้เพิกถอนชื่อโจทก์และใส่ชื่อจำเลยในหนังสือรับรองการทำประโยชน์
จำเลยลงชื่อรับรองเขตแต่คัดค้านการออกหนังสือรับรองและเข้าครอบครองภายใน 2 เดือน โจทก์ไม่ฟ้องภายใน 1 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2532นางสาวนวนจัน รองสุพรรณโจทก์นางจ่อย รองสุพรรณจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานรังวัดที่ดินพิพาทเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แม้จำเลยได้ลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินในฐานะเจ้าของที่ดินข้างเคียงซึ่งเป็นการยอมรับสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์แล้วก็ตาม แต่อีกสองเดือนถัดมาจำเลยก็ได้คัดค้าการที่ทางราชการจะออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ในที่ดินพิพาท และจำเลยได้เข้าครอบครองทำกินในที่ดินพิพาทตลอดมาเช่นนี้ เมื่อโจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนภายใน 1 ปีย่อมหมดสิทธิฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และให้ออกจากที่ดินพิพาท หากไม่ปฏิบัติตาม ขอถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยกับสามีร่วมกันฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง และเพิกถอนชื่อโจทก์ออกจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วใส่ชื่อจำเลยแทน หากโจทก์ไม่ไปจดทะเบียนแก้ไขดังกล่าว ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งเหมือนฟ้องเดิม และต่อสู้ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์ห้ามเกี่ยวข้อง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ หากจำเลยขัดขืนไม่ออกจากที่ดินพิพาทก็เป็นเรื่องที่โจทก์ต้องร้องขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่ใช่ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้ยกคำขอในส่วนนี้ของโจทก์ และยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้เ