การตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคำพิพากษาตามยอมเป็นการตั้งเฉพาะตัวหรือตามตำแหน่ง
หากสัญญาประนีประนอมยอมความระบุเพียงตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โดยไม่ได้ระบุชื่อเฉพาะบุคคล การแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งคนใหม่แทนผู้เดิมจึงไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาตามยอม
พิพากษายืน
คู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภูมิภาคที่ 6 เป็นผู้ชำระบัญชี โดยระบุชื่อและตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น ต่อมาผู้ดำรงตำแหน่งเปลี่ยนตัว ศาลจึงแต่งตั้งคนใหม่แทน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2563/2532นายสง่า เจียมปัญญารัชโจทก์นายธวัชชัย ชัยมงคลตระกูล ที่ 1 กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ข้อ (1) ระบุว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองยินยอมตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 6 (จังหวัด พิษณุโลก ) เป็นผู้ชำระบัญชี ซึ่งขณะนั้น ม.ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 6 ม. จึงเป็นผู้ชำระบัญชีโดยตำแหน่งราชการไม่ใช่เป็นการเฉพาะตัว เมื่อ ม. ย้ายไปรับราชการที่อื่นและ จ. ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 6 แทน จ. ก็ย่อมเป็นผู้ชำระบัญชีในคดีนี้ต่อไปได้ การที่ศาลแต่งตั้ง จ. เป็นผู้ชำระบัญชีคนใหม่แทน ม. ผู้ชำระบัญชีคนเดิม จึงไม่เป็นการผิดวัตถุประสงค์เดิมของโจทก์และจำเลย ทั้งไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาตามยอมของคู่ความ.กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้อง จำเลยขอเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนและขอให้ศาลตั้งบุคคลที่ศาลเห็นสมควรเป็นผู้ชำระบัญชีคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมและหมายตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๖ เป็นผู้ชำระบัญชีตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๖ เพื่อจะทำการชำระบัญชีกันเองจำเลยไม่ตกลง ศาลจึงให้มีการชำระบัญชีโดยผู้ชำระบัญชีคนเดิมที่ได้แต่งตั้งไว้แล้ว โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า การที่โจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประน