ที่ดินที่ได้รับยกให้ระหว่างสมรสโดยไม่ได้ระบุว่าเป็นสินส่วนตัว เป็นสินสมรสหรือไม่ เมื่อมีกฎหมายใหม่เปลี่ยนเกณฑ์สินส่วนตัว
กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่ได้บัญญัติให้ทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสอยู่เดิมเปลี่ยนเป็นสินส่วนตัว ดังนั้นที่ดินที่ได้รับยกให้โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นสินส่วนตัวจึงเป็นสินสมรส
พิพากษายืน ให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสองเพื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยเท่ากับส่วนของนายสินผู้ตาย
มารดาจำเลยยกที่ดินให้จำเลยระหว่างสมรสโดยไม่ได้ระบุว่าเป็นสินส่วนตัว กฎหมายเดิมถือเป็นสินสมรส กฎหมายใหม่เปลี่ยนเกณฑ์แต่ไม่ย้อนกลับเปลี่ยนสถานะสินสมรสเดิม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2584/2532ร้อยตำรวจตรีถวิล เรืองศรีและโจทก์นางตาด เรืองศรีจำเลย พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 , ม. 1466 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 , ม. 1474, ม. 1481 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 จำเลยเป็นภรรยาชอบด้วยกฎหมายของ ส. ในระหว่างสมรสเมื่อพ.ศ. 2508 มารดาจำเลยยกที่ดินซึ่งเป็นส่วนของตนตามโฉนดเลขที่11878 ให้แก่จำเลยโดยไม่ระบุว่าให้เป็นสินส่วนตัว ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับ ส. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เดิม มาตรา 1464 และมาตรา 1466 แม้ต่อมาบทบัญญัติบรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1471และมาตรา 1474 จะบัญญัติแตกต่างจากบทบัญญัติบรรพ 5 เดิมก็ไม่ทำให้ที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสอยู่แต่เดิมเปลี่ยนเป็นสินส่วนตัวของจำเลย เพราะกฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่ได้บัญญัติให้เปลี่ยนแปลงไปดังกรณีสินเดิม ส. จึงมีอำนาจทำพินัยกรรมยกที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ทั้งสองได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1481โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ ในระหว่างการสมรสของจำเลยกับนายสิน เรืองศรี มารดาจำเลยทำหนังสือยกที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของตนตามโฉนดเลขที่ ๑๑๘๗๘ ให้แก่จำเลยโดยไม่ระบุว่าให้เป็นสินเดิมหรือสินส่วนตัว ที่ดินพิพาทจึงเป็นสินสมรสของจำเลยกับนายสิน ต่อมานายสิทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองแล้ว จึงขอให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทกับแบ่งที่ดินพิพาทตามโฉนดดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสอง หากไม่ยอมแบ่ง ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจ