อายุความคดีละเมิดเริ่มนับเมื่อใด เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐทำสัญญาแทนหรือละเลยการทวงหนี้จนรัฐเสียหาย
อายุความคดีละเมิดเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ละเมิดกระทำละเมิด ซึ่งกรณีนี้คือวันที่เจ้าหน้าที่มอบทรัพย์สิน/เงินให้เกษตรกร หรือวันที่เจ้าหน้าที่ละเลยไม่ทวงหนี้จนรัฐเสียหาย
พิพากษายืนตามศาลล่าง ยกฟ้องโจทก์ เนื่องจากคดีขาดอายุความเกิน 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448
เจ้าหน้าที่นำทรัพย์สิน/เงินรัฐให้เกษตรกรเช่าซื้อ/ยืม โดยลงชื่อแทนหรือไม่ได้ให้เกษตรกรลงชื่อ ทำให้รัฐบังคับสัญญาไม่ได้ และละเลยไม่ทวงหนี้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2586/2532กรมส่งเสริมการเกษตรโจทก์นายประสิทธิ์ ท้วมเจริญจำเลย ป.พ.พ. , ม. 448จำเลยเป็นข้าราชการสังกัดกรมโจทก์ ตำแหน่งเกษตรอำเภอจำเลยนำปุ๋ยเคมี เครื่องสูบน้ำ และเงินหมุนเวียนของโจทก์ไปให้เกษตรกรเช่าซื้อ ยืม โดยจำเลยลงชื่อแทนเกษตรกร หรือไม่ได้ให้เกษตรกรลงชื่อในสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อและสัญญายืมเงิน เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถบังคับตามสัญญาเหล่านั้นได้ โจทก์จึงเสียหายนับแต่วันที่จำเลยมอบสิ่งของหรือเงินให้แก่เกษตรกรไปตั้งแต่วันทำสัญญาจำเลยจึงทำละเมิดต่อโจทก์นับตั้งแต่วันทำสัญญาดังกล่าวแล้วเมื่อนับถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี คดีจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ส่วนสัญญาที่กำหนดให้ผู้ยืมชำระเงินคืนตามกำหนด จำเลยมีหน้าทีต้องติดตามทวงถามนับแต่วันที่ผู้ยืมผิดสัญญาไม่ชำระเงินคืน เมื่อจำเลยไม่ติดตามทวงถามเงินคืนทำให้โจทก์เสียหาย ถือว่าจำเลยกระทำละเมิดนับแต่วันที่จำเลยไม่ติดตามทวงถามเงินคืนเมื่อถึงกำหนดชำระ แต่เมื่อนับแต่วันถึงกำหนดชำระเงินคืนถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี คดีจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 เช่นกันโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยใช้เงิน ๓๗๐,๔๙๓.๗๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ประมาทเลินเล่อเอง ขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถาน จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ซึ่งโจทก์ฎีกาว่า อายุความตามฟ้องจะต้องนับตั้งแต่วันที่จำเลยปล่อยให้สัญญาที่จำเลยทำกับเกษตรกรขาดอายุความ คด