การเรียกดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ซ้ำกับเงินเพิ่มภาษีตาม ม.89 ทวิ รัษฎากรทำได้หรือไม่
ประมวลรัษฎากร ม.89 ทวิ เป็นบทเฉพาะกรณีแก้การผิดนัดชำระภาษี จึงห้ามเรียกดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. ม.224 ซ้ำอีก
พิพากษายกฟ้องในส่วนภาษีขาเข้า แต่ให้จำเลยชำระภาษีและเงินเพิ่มภาษีการค้า/เทศบาล รวม 39,182.29 บาท และยกคำขอดอกเบี้ย ป.พ.พ.
จำเลยสำแดงราคาต่ำ เจ้าหน้าที่ประเมินราคาใหม่ แต่จำเลยไม่อุทธรณ์การประเมินภาษีการค้า/เทศบาล ทำให้การประเมินชอบด้วยกฎหมาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2532กรมศุลกากร กับพวกโจทก์นายเอี้ยงเม้งหรือเอี่ยวเม้ง หรือมนัส แซ่เตียวจำเลย ป.พ.พ. ป.รัษฎากร , ม. 30, ม. 89 ทวิ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 จำเลยนำสินค้าของเด็กเล่นจากเมือง ฮ่องกง เข้ามาในราชอาณาจักรเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบแล้วปรากฏว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง จึงแจ้งการประเมินให้จำเลยชำระภาษีอากรขาเข้าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มเติม เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินที่ประเมินให้จำเลยชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มขึ้นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร จึงต้องถือว่าการประเมินให้จำเลยชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มขึ้นเป็นอันชอบแล้ว ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 ทวิ ผู้ประกอบการค้าต้องชำระเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อไม่ชำระภาษีการค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ อันเป็นทางแก้กรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้โดยเฉพาะแล้ว จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกหาได้ไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำสินค้าของเด็กเล่นจากเมืองฮ่องกงเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง เจ้าพนักงานประเมินจึงแจ้งให้จำเลยชำระภาษีอากรเพิ่มเติม จำเลยไม่อุทธรณ์และไม่นำเงินมาชำระจึงต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าร้อยละ ๒๐ เป็นเงิน ๒๒,๔๕๗.๖๓บาท เงินเพิ่มร้อยละ ๑ ต่อเดือน ของอากรขาเข้าที่ค้างชำระ ตั้งแต่วันรับของไปจนถึงวันฟ้อง เดือนละ ๑,๑๒๒.๘๘ บาท เป็นเวลา ๔๒ เดือนเป็นเงิน ๔๗,๑๖๐.๙๖ บาท เงินเพิ่มภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๑ ต่อเดือน เป็นเงินเดือนละ ๒๒๑.๙๓ บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๕