คำให้การผู้เสียหายชั้นสอบสวนที่ระบุว่าเห็นจำเลยยิง เป็นพยานบอกเล่ารับฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่เมื่อไม่มีพยานแวดล้อม
คำให้การผู้เสียหายชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่า รับฟังได้เพียงเป็นพยานประกอบ หากไม่มีพยานแวดล้อมมัดตัวจำเลย คำกล่าวชั้นสอบสวนยังไม่มั่นคงพอที่จะฟังลงโทษ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่ยกฟ้องโจทก์
ผู้เสียหายเบิกความต่อศาลว่าหลังเกิดเหตุแจ้งตำรวจเพียงว่า 'สงสัย' ว่าจำเลยยิง โดยไม่ระบุชัดเจนว่าเห็นจำเลยยิง ขณะที่บันทึกชั้นสอบสวนระบุว่าเห็นจำเลยยิง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2609/2532พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์นายวัฒนาหรือเปี๊ยก เทศหนูจำเลย ป.วิ.อ. , ม. 226, ม. 227 ป.วิ.พ. คำให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนซึ่งมีข้อความแสดงว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายเห็นจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย และผู้เสียหายเบิกความรับว่าได้อ่านและลงลายมือชื่อไว้นั้น เป็นพยานบอกเล่ารับฟังได้แต่เพียงเป็นพยานประกอบคำเบิกความของพยานในชั้นศาล เมื่อผู้เสียหายเบิกความต่อศาลว่าตนได้บอก ว. กับตำรวจหลังเกิดเหตุเพียงว่าสงสัยว่าจำเลยยิง โดยมี ว. พยานซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเบิกความสนับสนุนว่า ผู้เสียหายวิ่งมาแจ้งเหตุหลังเสียงปืนดังเล็กน้อยโดยไม่ระบุว่าถูกใครยิง โจทก์จึงขาดประจักษ์พยานเมื่อโจทก์ไม่มีพยานแวดล้อมอย่างใดอย่างหนึ่งมัด ตัวจำเลยว่าเป็นคนร้าย ลำพังแต่คำให้การผู้เสียหายในชั้นสอบสวน ยังไม่มั่นคงเพียงพอจะฟังลงโทษจำเลยได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๘๐, ๓๓, ๓๒ และขอให้ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำคุก ๑๐ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ริบของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากผู้เสียหายว่าก่อนเกิดเหตุเครื่องเล่นวีดีโอเทปของนายสุชาติหายไป ผู้เสียหายทราบว่าจำเลยซึ่งเป็นญาติกันเป็นคนลักเอาไป จึงเล่าให้นายสุชาติฟัง จำเลยจึงโกรธเคืองผู้เสียหาย ในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๓๐ ผู้เสียหายไปร่วมงานเลี้ยงส่งข้าราชการครูที่โรงเรียนบ้านหนองรีจนเวลา ๒๒ นาฬิกา แล้วไปดูภาพยนตร์ที่หน้าโรงเรียนจนเวลาประมาณ๒๓ นาฬิกา ก็เดินกลับบ้านไปได้ประมาณ ๑๕ เมตร มีเสียงปืนดัง ๑ นัดใกล้ตัว ผู้เสียหายล้มลงหมดสติ สักครู่จึงร