การสละมรดกโดยไม่มีเหตุผลและเร่งรีบเพื่อหลีกเลี่ยงหนี้ ถือเป็นการถือกรรมสิทธิ์แทนผู้สละ ทำให้เจ้าหนี้ยึดทรัพย์ได้
การสละมรดกที่ไม่สมเหตุผลและกระทำอย่างเร่งรีบพร้อมกับการกู้ยืมเงิน แสดงเจตนาให้ผู้อื่นถือกรรมสิทธิ์แทน จึงตกเป็นโมฆะโดยนัย ผู้สละยังคงเป็นเจ้าของร่วม เจ้าหนี้จึงยึดทรัพย์ได้โดยไม่ต้องฟ้องคดีใหม่
พิพากษายืนคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยกคำร้องของผู้ร้อง (ผู้รับมรดก) ให้ปล่อยทรัพย์
ผู้สละมรดกขอกู้เงินและสละมรดกในวันเดียวกัน โดยไม่มีทรัพย์สินอื่นเหลืออยู่ และผู้รับมรดกเป็นผู้เยาว์อยู่ภายใต้การปกครอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2663/2532นายคำ ศรีธรรมโจทก์นางสาวกรวิทย์ สุวรรณผาผู้ร้องนางบุญยืน สุวรรณผา ที่ 1 กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1381, ม. 1612, ม. 1614 ป.วิ.พ. , ม. 271, ม. 288การที่จำเลยขอกู้เงินโจทก์และในวันเดียวกันนั้นได้แสดงเจตนาขอสละทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ร้องทั้งที่ตนไม่มีทรัพย์อื่นอีก และผู้ร้องเป็นผู้เยาว์ยังอยู่ในอำนาจปกครองของจำเลย พฤติการณ์การสละมรดกยังไม่สมเหตุผล ถือว่าเพียงแต่ให้ผู้ร้องถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดกไว้แทนเท่านั้น จำเลยยังคงเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์มรดกผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์มรดก และโจทก์ยึดทรัพย์มรดกได้โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ ปัญหามีว่า ทรัพย์มรดกยังเป็นของจำเลยหรือไม่ การที่ศาลวินิจฉัยว่า การสละมรดกของจำเลยเป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันตกเป็นโมฆะ ผู้ร้องมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกแทนจำเลยจึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นคดีสืบเนื่องมาจาก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน๔๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงบังคับคดียึดที่ดินและบ้านพิพาทขายทอดตลาดชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ โจทก์ให้การว่า ที่ดินและบ้านพิพาทเป็นของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ทรัพย์พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่จำเลยทั้งสอง และพี่ของผู้ร้องทุกคนรวมทั้งผู้ร้องด้วย เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับมรดกทรัพย์พิพาท ทายาททุกคนต่างสละมรดกให้แก่ผู้ร้อง เจ้าพนักงานที่ดินจึงได้จดทะเบียนโอนทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้องแต่ผู้เดียว คดีมีปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องว่า จำเลยที่ ๑ ยังคงมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์พิพาทอยู่อีกหรือไม่ เห็นว่า ก