การลักทรัพย์สำเร็จแล้วใช้กำลังประทุษร้ายขณะหลบหนีเพื่อพ้นจากการจับกุม ถือเป็นการกระทำต่อเนื่องเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์หรือไม่
การที่จำเลยลักทรัพย์สำเร็จแล้วใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันยังไม่ขาดตอนจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ถือเป็นการกระทำต่อเนื่องกันเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
พิพากษายืน
จำเลยลักทรัพย์ป้ายโฆษณาสำเร็จแล้ว ขณะหลบหนีและถูกผู้ดูแลไล่จับ จำเลยสะบัดหลุดแล้วใช้มีดแทงผู้ไล่จับเพื่อพ้นจากการจับกุม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2674/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายบัวลา ไทรคำจำเลย ป.อ. จำเลยลักทรัพย์สำเร็จแล้ว ขณะหลบหนี ญ. ผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้นได้วิ่งไล่จับจำเลย จำเลยสะบัดหลุดแล้วใช้มีดแทง ญ. ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันยังไม่ขาดตอนจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยใช้มีดแทง ญ. อันเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙,๓๗๑, ๙๑, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๓ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ และริบมีดปลายแหลม ๑ เล่ม ค้อน ๑ ด้าม ส่วนป้ายโฆษณาหาเสียง ๔ แผ่นคืนผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ วรรคสองและวรรคสาม, ๓๗๑ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๓ ให้เรียงกระทงลงโทษข้อหาความผิดฐานชิงทรัพย์ให้ลงโทษตาม มาตรา ๓๓๙ วรรคสาม จำคุก ๑๐ ปี ฐานพาอาวุธตามมาตรา ๓๗๑ ปรับ ๘๐ บาท รวมเป็นโทษจำคุก ๑๐ ปี ปรับ ๘๐ บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล ขณะกระทำความผิดจำเลยเป็นนักศึกษาเพิ่งกระทำความผิดเป็นครั้งแรก ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก๕ ปั ปรับ ๔๐ บาท ค้อนและมีดของกลางให้ริบ ป้ายโฆษณาหาเสียง ๔ แผ่นคืนผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิ