การนำคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายมาฟังเป็นพยานหลักฐานโดยไม่มีตัวผู้เสียหายมาเบิกความในศาลฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิด
คำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายที่ได้กระทำลับหลังจำเลย โดยไม่มีตัวผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาล และไม่มีพยานอื่นที่ยืนยันการกระทำผิดโดยตรง ไม่สามารถฟังเป็นพยานหลักฐานว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดได้
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือ ยกฟ้องจำเลย แต่ให้ริบของกลาง
โจทก์ฟ้องจำเลยยิงผู้เสียหาย 3 คน แต่ผู้เสียหายทั้งสามมิได้มาเบิกความต่อศาล มีเพียงคำให้การชั้นสอบสวนที่ทำลับหลังจำเลย และคำเบิกความของตำรวจที่ได้รับฟังจากผู้เสียหายเพียงอย่างเดียว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2701/2532พนักงานอัยการจังหวัดยะลาโจทก์นายมิตรหรือลุฟ สังข์ทำลจำเลย. ป.อ. , ม. 80 ป.วิ.อ. , ม. 227โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความต่อศาลคงมีแต่เพียงคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายทั้งสามที่ได้กระทำลับหลังจำเลย กับคำเบิกความของเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุม และพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นเพียงพยานที่ได้รับคำบอกเล่าจากผู้เสียหายว่าจำเลยเป็นคนร้ายเท่านั้น พยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดโจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายฮามิ สามะ นางมารีเยาะบือซา และ นายหามะ สามะ โดยเจตนาฆ่า กระสุนไม่ถูกนายฮามิและนางมารีเยาะแต่ถูกนายหามะได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำคุก ๑๐ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ของกลางให้ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้นายฮามิ นางมารีเยาะและนายหามะผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นประจักษ์พยานมิได้มาเบิกความต่อศาล โจทก์คงมีแต่เพียงคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายทั้งสามที่ได้กระทำลับหลังจำเลย กับคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกเกียรติ ผู้จับกุมจำเลยและร้อยตำรวจตรีเรวัติพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นพยานที่ได้รับคำบอกเล่าจากผู้เสียหายว่าจำเลยเป็นคนร้ายเท่านั้น พยานหลักฐานโจทกยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด พิพากษายืน.(เธียร ยูงทอง-ชูเชิด รักตะบุตร์-สัมฤทธิ์ ไชยศิริ)ศาลจังหวัดยะลา - นายภคพงศ์ วงศ์ศรีภูมิเทศศาลอุทธรณ์ - นายวิทวัส อยู่วัฒนาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหม