ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2724/2532

ประเด็นกฎหมาย

การรับเงินแล้วไม่ดำเนินการส่งทำงาน แสดงว่าไม่มีเจตนาจัดหางาน จึงเป็นฉ้อโกง ไม่ใช่แค่แนะนำ

หลักกฎหมาย

การแบ่งหน้าที่กันทำระหว่างจำเลยกับพวก และรับเงินแล้วไม่ดำเนินการส่งทำงานตามที่รับไว้ แสดงว่าไม่มีเจตนาจัดหางานจริง จึงมีความผิดฐานฉ้อโกง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือ ยกความผิดฐานฉ้อโกง (ป.อ. 343) แต่คงความผิดฐานประกอบธุรกิจจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยชักชวน รับเงิน เขียนแผนที่ให้ไปหาพวก แต่ไม่ดำเนินการส่งทำงานตามที่รับไว้ และเคยส่งคนอื่นโดยผิดกฎหมายมาก่อน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2724/2532พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามโจทก์นางเสน่ห์ศิลป์หรือนางแก้วมี ป.อ. , ม. 343, ม. 83 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 , ม. 82จำเลยเป็นผู้ติดต่อชักจูงให้ผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศและรับเงินบางส่วนจากผู้เสียหายไว้ ทั้งยังเป็นผู้เขียนแผนที่ให้ผู้เสียหายเดินทางไปหาพวกจำเลยที่ กรุงเทพฯ เมื่อผู้เสียหายไม่ได้เดินทางไปทำงาน จำเลยก็เป็นผู้ติดต่อกับพวกจำเลยเพื่อให้คืนเงินแก่ผู้เสียหายการกระทำของจำเลยเข้าลักษณะที่แบ่งแยกหน้าที่กันทำในระหว่างจำเลยกับพวก หาใช่เป็นแต่เพียงผู้แนะนำให้ผู้ประสงค์จะไปทำงานในต่างประเทศติดต่อกับผู้ที่จะจัดส่งเองโดยตรงเท่านั้นไม่และการที่จำเลยกับพวกรับเงินผู้เสียหายไปแล้วไม่ดำเนินการให้ผู้เสียหายได้เดินทางไปทำงาน ตามที่จำเลยกับพวกพูดรับรองไว้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยกับพวกไม่มีเจตนาที่จะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง จำเลยกับพวกเคยส่งบุคคลอื่นไป ไต้หวัน โดยให้ถือหนังสือเดินทานักท่องเที่ยวแล้วมีนายจ้างมาคัดเลือกไปทำงานเมื่อไปถึง โดยจำเลยกับพวกไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจัดหางานจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง จำเลยกับพวกจึงมีความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายและผู้อื่นว่า สามารถจัดหางานให้แก่ผู้ต้องการไปทำงานในต่างประเทศได้ ซึ่งเป็นความเท็จ ทำให้จำเลยกับพวกได้รับเงินไปจากผู้เสียหายและบุคคลอื่นโดยมิได้จัดหางานให้ และจำเลยกับพวกร่วมกันประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๙๑