ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2729/2532

ประเด็นกฎหมาย

การที่เจ้าพนักงานรับของกลางไว้แต่ไม่ลงบัญชีเพื่อเบียดบัง เป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่

หลักกฎหมาย

การเบียดบังของกลางโดยเจตนาเป็นความผิดตาม ม.147 ซึ่งเป็นบทเฉพาะ จึงไม่มีความผิดตาม ม.157 อีก มิใช่ความผิดหลายกรรมต่างกัน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ รับกัญชาของกลางไว้แต่ไม่ลงบัญชีในคดีอาญา โดยเจตนาเบียดบังกัญชาเป็นของตน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2729/2532พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โจทก์นายดาบตำรวจชาติ จิตร์นามกรจำเลย ป.อ. , ม. 157, ม. 90, ม. 91จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ตำแหน่งหัวหน้าเสมียนคดี มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง จำเลยตรวจรับกัญชาของกลางและลงลายมือชื่อในสำเนาบัญชีของกลางกับสำเนาหนังสือนำส่งของกลางของสถานีตำรวจภูธรอำเภอ ทับสะแก แต่ไม่ลงบัญชีของกลางในคดีอาญาของกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการรับกัญชาของกลางรายนี้แล้ว ต่อมาจำเลยเบียดบังเอากัญชานั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 การที่จำเลยตรวจรับกัญชาของกลางไว้แล้วไม่นำลงบัญชีของกลางในคดีอาญา ก็โดยเจตนาที่จะเบียดบังเอากัญชานั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต อันเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 157 อีกคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗, ๑๕๗, ๙๑ ที่แก้ไขใหม่ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗, ๑๕๗ เป็นความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จำคุก ๔ ปีฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์เป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริตจำคุก ๘ ปี รวมจำคุก ๑๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ จำคุก ๘ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาซึ่งมีปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ เ