อายุความคดีเงินผ่อนชำระมีกำหนดแน่นอนตาม ป.พ.พ. มาตรา 166 คำนวณจากงวดสุดท้ายหรือไม่
เงินผ่อนชำระมีกำหนดเวลาแน่นอนมีอายุความห้าปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 166 คำนวณจากวันครบกำหนดงวดสุดท้าย
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีขาดอายุความ
เงินประกัน 150,000 บาทตกลงผ่อนชำระเป็นงวดๆ งวดสุดท้ายเดือนสิงหาคม 2520 ฟ้องพฤศจิกายน 2526 เกิน 5 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2749/2532นายอมร อมรปิยศิริโจทก์บริษัทฟาร์มยุทธนา จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. เมื่อเงินประกันของโจทก์ที่จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนโจทก์นั้นโจทก์ได้ตกลงยอมให้จำเลยผ่อนชำระคืนโจทก์เป็นงวด ๆ งวดละเดือนการที่โจทก์มาฟ้องเรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลย จึงเป็นการเรียกเอาจำนวนเงินอันพึงส่งเพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ มีกำหนดเวลาแน่นอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 มีกำหนดอายุความห้าปีโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย ก่อนจำเลยยื่นคำให้การ โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ตกลงกันให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินคืนแก่โจทก์เป็นงวด จำเลยที่ ๑ ชำระเงินคืนโจทก์แล้วบางส่วน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เงินประกันจำนวน ๑๕๐,๐๐๐บาทนั้น จำเลยที่ ๑ ได้ชำระเงินคืนให้โจทก์เป็นงวด ๆ รวม ๑๓ งวด เป็นเงิน ๖๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยังคงค้างชำระอยู่ ๘๕,๐๐๐บาทเท่านั้น แต่คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ชำระเงินประกันคืนให้โจทก์จำนวน ๖๕,๐๐๐ บาทแล้ว และยังค้างชำระอยู่เพียง ๘๕,๐๐๐บาท จริงดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแต่เห็นว่าคดีไม่ขาดอายุความพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันชำระหนี้ให้โจทก์๘๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าเงินประกันของโจทก์ที่จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนให้โจทก์นั้น โจทก์ตกลงยอมให้จำเลยผ่อนชำระคืนให้โจทก์เป็นงวด ๆ งวดละเดือน กรณีดังกล่าวเป็นการเรียกเอาจำนวนเงินอันพึง