ผู้ขออนุญาตเปิดร้านขายยาไม่มีอำนาจฟ้องเมื่อผู้ว่าฯ และรัฐมนตรีไม่อนุญาตตามประกาศกำหนดจำนวนร้าน
คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในการไม่อนุญาตเปิดร้านขายยาเมื่อครบจำนวนตามประกาศเป็นที่สุด ผู้ขออนุญาตจึงไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืนคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่สั่งไม่รับคำฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์ขอเปิดร้านขายยาแต่ผู้ว่าฯ ไม่อนุญาตเพราะอำเภอมีร้านครบ 11 ร้านตามประกาศ รัฐมนตรียืนยันไม่อนุญาต คำวินิจฉัยเป็นที่สุด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2751/2532นายพิริยะ สีหะกุลังโจทก์ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 , ม. 77 ทวิโจทก์ขออนุญาตเปิดร้านขายยาแผนปัจจุบัน ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อนุญาตเพราะมีร้านขายยาแผนปัจจุบันในอำเภอที่โจทก์ขอเปิดครบจำนวนตามที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดจำนวนสถานที่ขายยา ได้กำหนดไว้แล้ว โจทก์จึงอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีพิจารณาแล้วไม่อนุญาตและแจ้งคำวินิจฉัยให้โจทก์ทราบแล้ว ดังนี้ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีจึงเป็นที่สุด ตามนัยแห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 18 การกระทำของผู้ว่าราชการจังหวัดจำเลยที่ 1 และกระทรวงสาธารณสุข จำเลยที่ 2 เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการและบทบัญญัติของกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดจำนวนสถานที่ขายยา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประกาศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีผลบังคับให้จำเลยทั้งสองออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบันแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ยื่นเรื่องราวขอรับใบอนุญาตเปิดร้านขายยาแผนปัจจุบันในเขตอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่แต่จำเลยที่ ๑ ได้ตอบปฏิเสธเพราะตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดจำนวนสถานที่ขายยา จังหวัดเชียงใหม่ ฉบับลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกาย ๒๕๒๗ ได้กำหนดจำนวนสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันและสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษสำหรับอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ไว้ ๑๑ ร้าน แต่ขณะนั้นอำเภอสันป่าตองมีร้านขายยาแผนปัจจุบันครบ ๑๑ ร้านแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพิจาร