การเช่าที่ดินเพื่อทำนาเป็นการครอบครองแทนเจ้าของหรือไม่ และผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเพิกถอน น.ส.๓ ที่ออกทับที่ดินเจ้าของเดิมได้หรือไม่
การเช่าที่ดินเพื่อทำนาเป็นการครอบครองแทนเจ้าของที่ดิน มิใช่การครอบครองเพื่อตัวเอง แม้ครอบครองนานก็ไม่ได้สิทธิครอบครอง การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับที่ดินของเจ้าของเดิมที่ออกไว้ก่อน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งเพิกถอนได้
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คือให้ขับไล่โจทก์สำนวนที่สองและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของจำเลยที่ 1 ในสำนวนที่สอง
จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.๓ เลขที่ 109 โจทก์เช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 แล้วเข้าทำนา ต่อมาทางราชการออก น.ส.๓ ให้โจทก์ทับที่ดินของจำเลยที่ 1 ซึ่งออกไว้ก่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งเพิกถอน น.ส.๓ ของโจทก์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2851 - 2852/2532นางสมบูรณ์ บุบผาเฮ้า กับพวกโจทก์สำนวนแรกผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กับพวกจำเลยสำนวนแรกนายดี วงษ์แสนเมืองโจทก์สำนวนที่สองนางสมบูรณ์ บุบผาเฮ้า กับพวกจำเลยสำนวนที่สอง ป.พ.พ. ป.ที่ดิน ส. เช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 แล้วเข้าทำนาในที่ดินพิพาทร่วมกับโจทก์ เมื่อ ส. ตาย โจทก์ได้เช่าที่ดินพิพาททำนาต่อมาจึงเป็นการครอบครองที่ดินพิพาทแทนจำเลยที่ 1 แม้จะครอบครองอยู่นานเท่าใดก็ไม่ได้สิทธิครอบครอง ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทับที่ดินของจำเลยซึ่งได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไว้แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออกให้โจทก์ได้คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ในสำนวนหลังเป็นโจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๓ ตามสำนวนแรก และเรียกโจทก์สำนวนหลังซึ่งเป็นจำเลยที่ ๒ ในสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ ๑ และเรียกจำเลยที่ ๑ ในสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ ๒ สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเจ้าของที่ดินน.ส.๓ เลขที่ ๖๑๗ โจทก์ที่ ๓ เป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.๓ เลขที่ ๖๑๙ ต่อมาจำเลยที่ ๒ ได้ยื่นเรื่องราวกล่าวหาว่า โจทก์ออก น.ส.๓ ทับน.ส.๓ เลขที่ ๑๐๙ ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามได้มีคำสั่งเลขที่ ๕๑๓/๒๕๒๖ ให้เพิกถอน.ส.๓ เลขที่ ๖๑๗ และ ๖๑๙ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษายกเลิกคำสั่งดังกล่าว ให้จำเลยที่ ๑ สั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ทั้งสามใหม่ ให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาททั้งหมด ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ออก น.ส.๓ เลขที่ ๖๑๗ และ