การนำสืบที่มาของที่ดินว่าเป็นมรดกก่อนสมรส ขัดกับคำให้การที่ว่าเป็นสินเดิมหรือไม่
การนำสืบว่าที่ดินเป็นมรดกที่ตกได้ก่อนสมรส เป็นการนำสืบถึงที่มาของที่ดินที่ได้มาก่อนสมรส จึงมิใช่การนำสืบนอกคำให้การ
พิพากษายืน
จำเลยให้การว่าเป็นสินเดิม แต่ชั้นพิจารณาว่าสืบว่าเป็นมรดกก่อนสมรส โจทก์อ้างว่านอกคำให้การ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการสืบที่มาของสินเดิม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2881/2532นายประสิทธิ์ ดวงวิชัยโจทก์นางสาว มารศรี ดวงวิชัย กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 177, ม. 183จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องไม่ใช่สินสมรสระหว่าง ป. กับ ล. ซึ่งเป็นบิดามารดาโจทก์และจำเลย แต่เป็นสินเดิมของ ล.มาก่อนสมรส ในชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นมรดกของ ป. มารดาของ ล. ตกได้แก่ ล. ดังนี้ ข้อนำสืบของจำเลยเป็นการนำสืบถึงที่มาของที่ดินที่ ล. ได้มาก่อนทำการสมรสกับ บ.อยู่นั่นเอง จึงมิใช่เป็นการนำสืบนอกคำให้การแต่อย่างใดโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายบังภู่ ดวงวิชัยตามคำสั่งศาล โจทก์กับจำเลยเป็นบุตรของนายบังภู่กับนางลูกอินทร์ระหว่างนายบังภู่กับนางลูกอินทร์อยู่กินด้วยกัน มีสินสมรสคือที่ดิน๑ แปลงพร้อมบ้านอีก ๒ หลัง นายบังภู่เป็นคนต่างด้าวไม่มีสิทธิลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินซึ่งมีตราจอง จึงให้นางลูกอินทร์ถือกรรมสิทธิ์แทน ต่อมานายบังภู่ถึงแก่กรรมบ้านและที่ดินอันเป็นสินสมรสของนายบังภู่ ๒ ใน ๓ ส่วน จึงเป็นมรดกตกทอดมายังบุตร๙ คน และนางลูกอินทร์คนละส่วน บุตรทุกคนและนางลูกอินทร์ครอบครองที่ดินมรดกร่วมกันมาจนกระทั่งนางลูกอินทร์ถึงแก่กรรม ก่อนถึงแก่กรรนางลูกอินทร์ได้ทำพินัยกรรมยกบ้านและที่ดินทั้งหมดให้จำเลยทั้งสองโดยไม่มีสิทธิ ขอให้พิพากษาว่าทรัพย์มรดกดังกล่าวเป็นสินสมรสและมรดกของนายบังภู่ ๒ ใน ๓ ส่วน ให้โจทก์มีสิทธินำมาแบ่งปันแก่ทายาทต่อไป พินัยกรรมของนางลูกอินทร์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินตามฟ้องไม่ใช่สินสมรสระหว่างนายบังภู่กับนางลูกอินทร์ แต่เป็นสินเดิมของนางลูกอินทร์จึงมีชื่อนางลูกอินทร์เป็นเจ้าของผู้เดียว นายบังภู่กับนางลูกอินทร์ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา และแบ่งทรัพย์สิ