การฟ้องนิติบุคคลต่างประเทศผ่านชื่อสาขาที่มิได้เป็นนิติบุคคลในไทย โดยระบุรายละเอียดชัดเจนในคำฟ้อง
แม้ชื่อสาขาจะมิได้เป็นนิติบุคคล หากคำฟ้องระบุรายละเอียดจำเลยชัดเจนว่าคือบริษัทใด ทำธุรกิจใด จดทะเบียนพาณิชย์ในไทย และสำนักงานอยู่ที่ใด ก็ถือว่าจำเลยถูกฟ้องได้
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องบริษัทเดนมาร์กโดยใช้ชื่อ 'สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพฯ' ซึ่งมิได้เป็นนิติบุคคล แต่ในคำบรรยายฟ้องระบุรายละเอียดบริษัทและสำนักงานในไทยชัดเจน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2883/2532บริษัทโฮมอินชัวรันซ์ จำกัดโจทก์สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพฯจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 172โจทก์ระบุชื่อจำเลยในตอนต้นคำฟ้องว่า "สายเดินเรือเมอส์กกรุงเทพฯ" แต่ในคำบรรยายฟ้องโจทก์ได้กล่าวโดยชัดแจ้งว่าจำเลยหมายถึงบริษัทใด ดำเนินธุรกิจในทางใด จดทะเบียนพาณิชย์ ไว้ในประเทศ ไทย โดยใช้ชื่อว่าอะไร สำนักงานตั้งอยู่แห่งใด จนเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่าโจทก์ฟ้องบริษัท ต. กับบริษัท อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลอยู่ในประเทศ เดนมาร์ก และมีสำนักงานสาขาสำหรับดำเนินธุรกิจซึ่งบริษัททั้งสองทำร่วมกันในประเทศ ไทย โดยใช้ชื่อว่า"สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพฯ" เป็นจำเลย ดังนี้แม้"สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพฯ" จะมิได้เป็นนิติบุคคลก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยไม่อาจถูกฟ้องเป็นจำเลยได้โจทก์ฟ้องว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดรีฟริโกสั่งซื้อสินค้าจากบริษัอีพีซีไอ คอร์โปเรชั่น จำกัด ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งได้จ้างจำเลยหมายถึงบริษัทดัมป์สกิปเซลสกาเบ็ทอาฟ ๑๙๑๒ อักตีเซลสกาป จำกัดและบริษัทอักตีเซลสกาเบ็ท ดัมป์สกิปเซลสกาเบ็ทสเว็นด์บอร์ก จำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศเดนมาร์ก ขนส่งสินค้าดังกล่าวมายังประเทศไทยโดยทางทะเล เมื่อจำเลยนำสินค้ามามอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดรีฟริโก ปรากฏว่าสินค้าสูญหายคิดเป็นเงิน๔๗,๖๖๒.๒๐ บาท โจทก์ผู้รับประกันความสูญหายและเสียหายของสินค้าดังกล่าวกับผู้ซื้อได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนดังกล่าวให้ผู้ซื้อแล้ว จึงรับช่วงสิทธิมาเรียกร้องจากจำเลย ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหาย๔๗,๖๖๒.๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ใช่นิติบุคคล และไม่ใช่สาขาของบริษัทเดินเรือที่โจทก์กล่าวในฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลในประเทศไทย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสีย