ความชอบด้วยกฎหมายของการใช้ตราประทับขนาดเล็กแทนตราที่จดทะเบียนไว้ในการมอบอำนาจฟ้องคดีของบริษัท
กฎหมายไม่บัญญัติห้ามการใช้ตราสำคัญขนาดเล็กกว่าตราที่จดทะเบียนไว้ หากมีลักษณะเหมือนและใช้ประจำในกิจการ การมอบอำนาจจึงชอบ
พิพากษายืน ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย โดยฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
โจทก์เป็นบริษัท ใช้ตราประทับขนาดเล็กกว่าตราที่จดทะเบียนไว้แต่ลักษณะเหมือนกันและใช้ประจำ กรรมการลงนามมอบอำนาจฟ้องคดี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2885/2532บริษัทรัฐเศรษฐเงินแชร์ จำกัดโจทก์นาย เกียรติพงษ์ ตันตระบัณฑิตย์จำเลย ป.พ.พ. , ม. 1064, ม. 1111, ม. 1144 ป.วิ.พ. ตราสำคัญของบริษัทโจทก์ที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีมีรูปร่างลักษณะเหมือนกับตราสำคัญซึ่งได้จดทะเบียนไว้ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท แม้จะมีขนาดเล็กกว่าแต่ก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ และเป็นตราที่โจทก์ใช้ในกิจการทั่ว ๆ ไปเป็นประจำทั้งกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ยืนยันว่าเป็นผู้มอบอำนาจให้ฟ้องคดีการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์จึงชอบแล้วโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามเช็คจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้เงินกู้ แต่ธนาคารปฏิเสธการใช้เงิน พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการใช้เงินจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์และไม่เคยสั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง ตราประทับในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ใช่ตราประทับของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน ๒๑๕,๐๐๐บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ชอบหรือไม่โจทก์มีนายอุทัย จี้อนันต์ศักดิ์ศิริ และนายอนันต์ เสงี่ยมพุทธคุณเป็นพยานเบิกความต้องกันว่า พยานทั้งสองในฐานะกรรมการโจทก์เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์กระทำการแทนโจทก์ได้ พยานทั้งสองได้มอบอำนาจให้นางสาววรรณี ลี้อนันต์ศักดิ์ศิริ ฟ้องคดีนี้