ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2888/2532

ประเด็นกฎหมาย

ความผูกพันของผู้สลักหลังเช็คเมื่อข้อเท็จจริงการได้มาต่างจากฟ้อง

หลักกฎหมาย

ผู้สลักหลังเช็คต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค ความผูกพันเกิดขึ้นเมื่อลงนาม แม้ข้อเท็จจริงการได้มาต่างจากฟ้องก็ไม่ทำให้คดีเสีย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 สลักหลังเช็คเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ ข้อเท็จจริงการได้เช็คต่างจากฟ้อง แต่ศาลเห็นว่ามีความผูกพันตามเช็ค

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2888/2532ห้างหุ้นส่วนจำกัดประสงค์ทรานสปอร์ตโจทก์นายสุ้ยกัน หรือซุ่ยกัน แซ่เจี่ยกับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 921, ม. 940, ม. 967, ม. 989 ป.วิ.พ. โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลัง เป็นอาวัล แม้โจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ 2 นำเช็คของจำเลยที่ 1 มาชำระหนี้ของจำเลยที่ 2 เองต่อโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลังไว้เมื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังเช็คและจะต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คแล้วเป็นอันถือได้ว่าจำเลยที่ 2 มีความผูกพันต่อโจทก์ตามเช็คพิพาทแม้การที่โจทก์ได้เช็คไว้ ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจะแตกต่างไปจากคำฟ้องบ้าง ก็ไม่ถึงกับทำให้คดีโจทก์เสียไปโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๗ เพื่อชำระหนี้ให้โจทก์โดยจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คเป็นอาวัลให้โจทก์เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเพียงผู้รับฝากเช็คตามฟ้องจากผู้อื่นให้นำไปชำระหนี้แก่โจทก์ ส่วนหนี้ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับบุคคลภายนอกจะมีต่อกันอย่างไร จำเลยที่ ๒ ไม่ทราบขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๕๒,๐๙๓.๗๕ บาทให้แก่โจทก์ ถ้าไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน และให้จำเลยร่วมกันเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งของเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า