การยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์หลังขายทอดตลาดเป็นกรณีขอรับชำระหนี้จำนองหรือขอเฉลี่ยทรัพย์ตาม ม.290
กรณีเจ้าหนี้บุริมสิทธิแยกฟ้องบังคับจำนองหลายคดี การยื่นคำร้องหลังขายทอดตลาดถือเป็นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตาม ม.290 ไม่ใช่ขอรับชำระหนี้จำนองตาม ม.289
พิพากษายืน ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและสั่งตามคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตาม ม.290 โดยให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา
จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินเพื่อประกันหนี้ธนาคาร ธนาคารแยกฟ้องบังคับจำนองหลายคดี และผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์หลังทรัพย์ถูกขายทอดตลาดแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2889/2532ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์ธนาคารกรุงเทพ จำกัดผู้ร้องนายวิชัย ลิมปานุภาพ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 289, ม. 290จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้ทั้งหลายที่จำเลยมีต่อโจทก์หรือผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันต่อมาโจทก์และผู้ร้องได้แยกฟ้องบังคับให้จำเลยชำระหนี้และบังคับจำนองเป็นคดีนี้ กับอีก 2 คดีตามที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนอง ดังนั้น คำร้องทั้งสองฉบับดังกล่าวของผู้ร้องหาใช่เป็นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองของจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยอาศัยอำนาจแห่งการจำนองซึ่งผู้ร้องมีบุริมสิทธิในการที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 ซึ่งผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้องขอก่อนเอาทรัพย์นั้นออกขายทอดตลาดตามมาตรา 289 วรรคสองไม่ แต่เป็นคำร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์จำนองดังกล่าว ตามมาตรา 287 และเป็นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเช่นเดียวกับโจทก์จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยตามมาตรา 290กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้เงินกู้และบังคับจำนอง ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความคดีถึงที่สุด จำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๖๖๓ ตำบลวัดอรุณ อำเภอบางกอกใหญ่กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นทรัพย์จำนอแล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปโดยปลอดจำนองเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๓๐ ต่อมาวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๓๐ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้ รวม ๒ ฉบับ มีใจความทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่