ผู้รับใบอนุญาตจัดหางานสามารถมีฐานะเป็นตัวแทนนายจ้างได้หรือไม่
มาตรา 50 พ.ร.บ.จัดหางานฯ ห้ามนายจ้างต่างประเทศรับสมัครเอง แต่ไม่ห้ามผู้รับใบอนุญาตจัดหางานเป็นตัวแทนนายจ้าง หากมีพฤติการณ์แสดงความเป็นตัวแทน ก็ต้องรับผิด
พิพากษายืน ให้จำเลยในฐานะตัวแทนนายจ้างชำระค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์
จำเลยเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดหางาน ลงนามในสัญญาจ้างแรงงานกับโจทก์ในฐานะคู่สัญญาและประทับตราบริษัท แสดงพฤติการณ์เป็นตัวแทนนายจ้าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2918 - 2920/2532นายสมศักดิ์ ทองสมบูรณ์ กับพวกโจทก์บริษัทจัดหางาน เอส อาร์ เอ จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 , ม. 82บทบัญญัติมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มีความหมายว่านายจ้างซึ่งอยู่ในต่างประเทศก็ดี หรือตัวแทนของนายจ้างดังกล่าวนั้นก็ดี จะดำเนินการรับสมัครคนหางานเพื่อไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างโดยตรงโดยไม่ผ่านการจัดหาของสำนักงานจัดหางานในประเทศ ไทย หรือกรมแรงงานนั้นไม่ได้ หากนายจ้างหรือตัวแทนของนายจ้างฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรานี้ ก็จะมีความผิดตามมาตรา 82 และบทบัญญัติมาตรา 50 ก็มิได้ห้ามไว้ว่า ผู้รับใบอนุญาตจัดหางานจะเป็นตัวแทนของนายจ้างไม่ได้ ดังนั้นจำเลยในฐานะเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดหางานอาจมีฐานะเป็นตัวแทนของนายจ้างอีกฐานะหนึ่งได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ซ. ตัวการ ซึ่งมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสามไปทำงานกับบริษัท ซ.ในต่างประเทศ ต่อมาโจทก์ทั้งสามลาออกจากงานเพราะบริษัท ซ.ค้างค่าจ้าง จำเลยในฐานะตัวแทนบริษัท ซ. กับเป็นนายจ้างของโจทก์ จะต้องจ่ายค่าจ้างที่ค้างดังกล่าวให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับอนุญาตจากกรมแรงงานให้เป็นตัวแทนนายหน้าทำการสอบคัดเลือกและจัดส่งคนหางานไปทำงานเป็นลูกจ้างบริษัท ซ. จำเลยไม่ได้เป็นตัวแทนของบริษัท ซ. ในฐานะนายจ้างหรือตัวแทนของนายจ้าง จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ที่ ๑จำนวน ๑๒๓,๗๕๐ บาท โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ จำนวนคนละ ๕๒,๕๐๐ บาท จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าตามพระรา